หน้าแรก ดารา บันเทิง ฟังเพลง เกมส์ ดวง Hubbie เว็บบอร์ด วาไรตี้ อารมณ์ดี Blog วีดิโอ Club หรรษาพลาซ่า
 
 

 
24 มิถุนายน 2482 เปลี่ยนชื่อประเทศ จาก ประเทศสยาม เป็น ประเทศไทย เพราะอะไร?

เรียบเรียงจากเค้าความบางตอนในต้นฉบับของหนังสือ "MA VIE MOUVEMENTEE" ฯ โดยปรีดี พนมยงค์ เขียนที่ชานกรุงปารีส เมื่อ 2 เมษายน 2517 พิมพ์รวมอยู่ในหนังสือไทยหรือสยาม เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์จากรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2504 พิมพ์เป็นเล่มโดย สุพจน์ ด่านตระกูล เมื่อ พ.ศ.2528

(สาเหตุแห่งการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2481 นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม (ยศและบรรดาศักดิ์ขณะนั้น) ได้รับแต่งตั้งจากคณะผู้สำเร็จราชการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นนายกรัฐมนตรีในบรรดารัฐมนตรีแห่งรัฐบาลนั้นมีข้าพเจ้าด้วยผู้หนึ่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีหลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นรัฐมนตรีลอย (ไม่ว่าการกระทรวง)

ต่อมาประมาณอีก 4-5 เดือน หลวงวิจิตรวาทการได้เดินทางไปฮานอย เพื่อชมกิจการโบราณคดีของสำนักตะวันออกไกลฝรั่งเศส เมื่อหลวงวิจิตรฯ กลับจากฮานอย ได้นำแผนที่ฉบับหนึ่งซึ่งสำนักฝรั่งเศสนั้นได้จัดทำขึ้น แสดงว่ามีคนเชื้อชาติไทยอยู่มากมายหลายแห่งในแหลมอินโดจีน ในประเทศจีนใต้ ในพม่า และในมณฑลอัสสัมของอินเดีย

ครั้นแล้วผู้ฟังวิทยุกระจายเสียงได้ยินและหลายคนยังคงจำกันได้ว่าสถานีวิทยุกรมโฆษณาการ (ต่อมาปัจจุบันคือ กรมประชาสัมพันธ์) ได้กระจายเสียงเพลงที่หลวงวิจิตรฯรำพันถึงชนเชื้อชาติไทยที่มีอยู่ในดินแดนต่างๆ และมีการโฆษณาเรื่อง "มหาอาณาจักรไทย" ที่จะรวมชนเชื้อชาติไทยในประเทศต่างๆ เข้าเป็นมหาอาณาจักรเดียวกัน ทำนองที่ฮิตเลอร์กำลังทำอยู่ในยุโรป ในการรวมชนเชื้อชาติเยอรมันในประเทศต่างๆ ให้เข้าอยู่ในมหาอาณาจักรเยอรมัน

ในการประชุมวันหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาปัญหาด่วนนอกระเบียบวาระ โดยให้หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้แถลงให้เปลี่ยนชื่อ "ประเทศสยาม" เป็น "ประเทศไทย" โดยนำสำเนาแผนที่ฉบับที่สำนักตะวันออกไกลฝรั่งเศสทำไว้ ว่าด้วยแหล่งของชนเชื้อชาติไทยต่างๆ มาแสดงในที่ประชุมด้วย โดยอ้างว่า "สยาม" มาจากภาษาสันสกฤต "ศยามะ" แปลว่า "ดำ" จึงไม่ใช่ชื่อประเทศของคนเชื้อชาติไทยซึ่งเป็นคนผิวเหลืองไม่ใช่ผิวดำ และอ้างว่าคำว่า "สยาม" แผลงมาจากจีน "เซี่ยมล้อ"

ข้าพเจ้าได้คัดค้านว่าโดยที่ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่ได้ค้นคว้ากฎหมายเก่าของไทย โดยอาศัยหลักฐานเอกสารที่จารึกไว้โดยพระมหากษัตริย์แต่ปางก่อน รวมทั้ง "กฎหมายตราสามดวง" ซึ่งรัชกาลที่ 1 (พระพุทธยอดฟ้าฯ) ได้โปรดเกล้าฯให้สังคายนา (ตามที่ข้าพเจ้ากล่าวในข้อ 2) และมิใช้คำว่า "สยาม" แผลงมาจากคำจีนแต้จิ๋ว "เซี่ยมล้อ" (ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วในข้อ 1) แต่จุดประสงค์เบื้องหลังของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง ต้องการเปลี่ยนชื่อประเทศว่าประเทศไทยเพื่อรวมชนชาติไทยในดินแดนต่างๆ เข้าอยู่ในมหาอาณาจักรไทย ดังนั้น รัฐมนตรีส่วนมากจึงตกลงตามร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็น "ประเทศไทย" ข้าพเจ้าเป็นฝ่ายข้างน้อยในคณะรัฐมนตรี

ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ลงมติเห็นชอบในการเปลี่ยนชื่อประเทศ ซึ่งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ลงนามให้ตราเป็นรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2482

(เมื่อได้ตรารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยแล้ว ก็เกิดปัญหาว่าในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ต้องเขียนชื่อประเทศไทยนั้นจะใช้คำอังกฤษและฝรั่งเศสอย่างไร

ผู้ที่ได้รับคำยกย่องว่ามีความรู้ในภาษาต่างประเทศ รวมทั้งหลวงวิจิตรวาทการ ได้เสนอให้เรียกประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษว่า "THAILAND" และภาษาฝรั่งเศสว่า "THA?LAND" และพลเมืองของประเทศนี้เรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "THA?LANAIS" ซึ่งฝรั่งพากันงง

ข้าพเจ้าได้เสนอว่าควรให้เรียกชื่อประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสว่า "SIAM" ตามที่คนทั่วโลกได้รู้จักชื่อประเทศของเราในนามนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็มีตัวอย่างอยู่เช่นประเทศเยอรมันซึ่งเรียกชื่อประเทศเป็นภาษาเยอรมันว่า "DEUTSCHLAND" นั้น เขาก็มิได้กำหนดให้เรียกชื่อประเทศของเขาเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสตามชื่อภาษาเยอรมัน หากเรียกชื่อประเทศของเขาในภาษาอังกฤษว่า "GERMANY" และภาษาฝรั่งเศส "ALLEMAGNE" ตามที่คนอังกฤษและฝรั่งเศสเคยเรียกและเคยรู้จักชื่อประเทศของเขาในนามนั้น

ข้าพเจ้าได้ให้ความเห็นต่อไปว่า การที่จะเอาคำว่า "LAND" ต่อท้ายคำว่า "THAI" เป็น "THAILAND" ก็ดี ย่อมทำให้คล้ายกันกับประเทศเมืองขึ้นในแอฟริกาของอังกฤษ (สมัยนั้น) และเมืองขึ้นของฝรั่งเศส (สมัยนั้น) ที่ลงท้ายด้วยคำว่า "LAND" หรือ "LANDE" ข้าพเจ้าได้ให้ข้อสังเกตว่าประเทศ "IRELAND" ใต้ เมื่อได้เป็นเอกราชจากอังกฤษแล้วก็ตัดคำว่า "LAND" ออก โดยเรียกชื่อประเทศของตนว่า "EIRE" ส่วนในประเทศยุโรป บางประเทศที่มีคำท้ายว่า "LAND" เช่น "ICELAND" ก็เพราะภาษาของเขาอยู่ในตระกูลเดียวกันกับภาษาอังกฤษ จึงไม่จำเป็นที่เราจะต้องเอาตัวอย่างนี้ แต่ความเห็นส่วนข้างมากในคณะรัฐมนตรีให้เปลี่ยนชื่อประเทศไทยในภาษาอังกฤษด้วย ตามที่มีผู้เสนอให้เปลี่ยนเป็น "THAILAND" ในภาษาอังกฤษ และ "THA?LAND" ในภาษาฝรั่งเศส

ข้าพเจ้าได้เสนอต่อไปอีกว่า ถ้าส่วนข้างมากต้องการให้ชาวโลกเรียกชื่อประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสโดยมีคำว่า "THAI" เป็นสำคัญแล้ว ก็ขออย่าเอาคำว่า "LAND" หรือ "LANDE" ไปต่อท้ายไว้ด้วยเลย คือให้ใช้ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสทับศัพท์ตามที่สามัญชนคนไทยเรียกชื่อประเทศของตนว่า "เมืองไทย" เป็นภาษาอังกฤษ "MUANG THAI" ฝรั่งเศส "MUANG THA?" แต่ส่วนมากในคณะรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย

(เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลง รัฐบาลทวี บุณยเกตุ เห็นว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเปลี่ยนชื่อประเทศสยามมาเป็นประเทศไทยนั้น ใช้บังคับเฉพาะชื่อประเทศไทยในภาษาไทยเท่านั้น รัฐบาลนั้นจึงได้ประกาศให้ใช้ชื่อประเทศไทยในภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสว่า "SIAM" ตามที่เกือบทั่วโลกรู้จักประเทศไทยในคำนั้นมาหลายศตวรรษแล้ว

ฉะนั้น เอกสารทางราชการที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสจึงเรียกชื่อประเทศไทยว่า "SIAM" รวมทั้งหนังสือเดินทาง ให้เขียนเรียกชื่อประเทศไทยในภาษาไทยว่า "ประเทศไทย" ส่วนในภาษาฝรั่งเศสให้เขียนว่า "SIAM" และสัญชาติของผู้ถือหนังสือเดินทางให้เขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "SIAMOIS"

ทั้งนี้ ก็ตรงกับที่ข้าพเจ้าได้เคยเสนอดังกล่าวไว้แล้ว ในข้อ 5 ว่าแม้ประเทศเยอรมันเรียกชื่อประเทศของเขาเป็นภาษาเยอรมันว่า "DEUTSCHLAND" แต่ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า "GERMANY" และในภาษาฝรั่งเศส "ALLEMAGNE" ส่วนในประเทศในตะวันออกไกล เช่น ประเทศจีน ซึ่งเรียกตามภาษาจีนว่า "ฉงกัวะ" แปลว่า "ประเทศกลาง" นั้น ทางราชการจีนก็เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "CHINA" และภาษาฝรั่งเศสว่า "CHINE" ตามที่เกือบทั่วโลกรู้จักประเทศจีนในภาษานั้นมาแล้วหลายศตวรรษ ประเทศญี่ปุ่นเรียกชื่อประเทศเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "นิปปอนโกกุ" แปลว่าประเทศแห่งพระอาทิตย์อุทัยนั้น ทางราชการญี่ปุ่นเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "JAPAN" และภาษาฝรั่งเศสว่า "JAPON" ตามที่เกือบทั่วโลกรู้จักประเทศญี่ปุ่นในภาษานั้นมาหลายศตวรรษ แม้ว่าลัทธิแสนยานุภาพญี่ปุ่นจะมีทรรศนะ "คลั่งชาติ" (CHAUVINISM) แต่ก็ไม่คลั่งจนถึงขนาดทำให้คนเกือบทั่วโลกงง ถ้าหากต้องเรียกชื่อประเทศญี่ปุ่นตามภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ

(เมื่อได้เกิดรัฐประหาร 8 พ.ย.2490 แล้ว นายควงเป็นนายกรัฐมนตรีประมาณ 3 เดือนเศษ รัฐบาลนี้คงเรียกชื่อประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสว่า "SIAM" ต่อไปอีก

ต่อมาในเดือนเมษายน 2491 รัฐบาลพิบูลสงครามเข้ารับตำแหน่งแทนรัฐบาลควง แล้วก็ได้กลับเปลี่ยนชื่อประเทศไทยในภาษาอังกฤษว่า "THAILAND" และในภาษาฝรั่งเศส "THA?LANDE" ซึ่งรัฐบาลต่อๆ มาก็ได้ใช้ตามจนปัจจุบันนี้

(ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2511 ที่ใช้เวลาร่างนานที่สุดประมาณ 10 ปีนั้น ได้มีสมาชิกแห่งสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นคนเชื้อชาติไทยแท้ๆ และมีนายทหารชั้นนายพลคนหนึ่งร่วมด้วย ในการเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนชื่อประเทศไทยเป็นประเทศสยามตามเดิม แต่สมาชิกส่วนมากไม่ยอมรับความเห็นนี้

ต่อมาในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2517 ก็มีกรรมการบางคนเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนชื่อประเทศไทยเป็นประเทศสยาม แต่กรรมการส่วนมากไม่ยอมรับความเห็นนี้ เพราะบางคนให้ความเห็นว่า เรื่องชื่อประเทศเป็นเรื่องเล็ก" ครั้นแล้วรัฐบาลได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2517 ต่อสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนได้แสดงความเห็นขอแก้ชื่อประเทศไทยให้เป็นประเทศสยามตามเดิม ดังนั้น คงมีหลายคนขอแปรญัตติในคณะกรรมาธิการ แต่เสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการและในสภานิติบัญญัติจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็สุดแท้แต่ทรรศนะซึ่งท่านเหล่านั้นยึดถือ

(ผู้สนใจที่ศึกษาปรากฏการณ์แห่งความเป็นมาของการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย ย่อมเห็นได้ว่าปัญหานี้ไม่อาจจบลงได้อย่างง่ายๆ แม้มีรัฐธรรมนูญแล้วก็ยังมีผู้ต่อสู้เพื่อเปลี่ยนชื่อประเทศไทยเป็นประเทศสยามตามเดิม หรือเปลี่ยนเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส เรื่องนี้ไม่ควรพิจารณาอย่างผิวเผินว่าเป็น "เรื่องเล็ก" เพราะการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยนั้น สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างคนเชื้อชาติไทยที่มีทรรศนะทางสังคมแตกต่างกัน คือฝ่ายหนึ่งถือ "ทรรศนะรักชาติ" (PATRIOTISM) กับอีกฝ่ายหนึ่งถือ "ทรรศนะเชื้อชาตินิยม" (RACISM) ประกอบด้วย "ทรรศนะคลั่งชาติ" (CHAUVINISM) ที่เกินขอบเขตยิ่งกว่าทรรศนะคลั่งชาติของฮิตเลอร์และแสนยานุภาพญี่ปุ่น

ที่มา มติชน




ส่งข่าวนี้ไปให้เพื่อนได้อ่าน
Tell Friend
อีเมลล์ผู้ส่ง 
อีเมลล์ผู้รับ 
ข้อความ


 

ข่าวประจำวัน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องในหมวด
 กว่า30 ล้าน เมียเหยื่อวันทูโก รับสินไหม
 เณรพยอมจอมยุ่ง การ์ตูนไทยยังไกลญี่ปุ่นเพราะ..
 ผงะเยลลี่ไส้นอต ขนมวันเด็กปราจีน
 หน้าร้อนระวังท้องร่วง อย่าเห็นแก่กินอาหาร-น้ำ ต้องสะอาด
 เผยภาพครูไทยเสื่อม ดุสิตโพล ชี้ สำนึก น้อย ขาดศีลธรรม


ที่แสดงความเห็นแห่งนี้ เป็นเวทีในการแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในเชิงสร้างสรรค์ โดยหวังให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งได้กำหนดข้อตกลงในการแสดงความคิดเห็นดังนี้

1:. ห้ามลงข้อความแสดงความคิดเห็นที่พาดพิง กล่าวอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุกพระองค์ในทางเสื่อมเสีย
2:. ห้ามลงข้อความที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม และสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับบุคคลและหรือส่วนรวม
3:. ห้ามลงข้อความที่ไม่สุภาพ หรือส่อไปในทางที่ไม่ดี และไม่สร้างสรรค์
4:. ห้ามลงประกาศขายสินค้าและบริการใดๆทั้งสิ้น เพราะที่แห่งนี้เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ ไม่ใช่ที่สำหรับโฆษณาชวนเชื่อ หากยังเพิกเฉยจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
5:. ทีมงานมีสิทธิ์ลบข้อความ ที่เห็นว่าไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อบุคคลและส่วนรวม รวมถึงกระทู้ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ต้องมีการชี้แจง
ชื่อ/e-mail :  ***
ความคิดเห็น : 
Security Code : 
ตัวเลขจากภาพ :  ***
 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความคิดเห็นที่ 7แจ้งลบ 2007-07-03 10:15:51
จะใช้ชื่อไหน ก็คนไทยด้วยกัน
 
ไทย เกิล์ล(61.7.160.xxx)

ความคิดเห็นที่ 6แจ้งลบ 2007-06-23 08:06:29
แล้วประเทศไทย จะมีเพื่อนบ้านใหม่ชื่อ "ปาตานี ดารุลสลาม" เพราะอะไร? ต่อไปชายแดนของประเทศไทยจะไม่ติดกับมาเลเซียอีกแล้ว
 
ฝุ่นเมือง(124.157.162.xxx)

ความคิดเห็นที่ 5แจ้งลบ 2007-06-22 16:59:17
บทความนี้สอนให้รู้ว่า-----
 
หน่อย(125.25.129.xxx)

ความคิดเห็นที่ 4แจ้งลบ 2007-06-22 12:13:30
มันมีความหวังอยู่ว่าถ้านักประชาธิประไตรอ่อนแอประชาชนสับสนและมันควบคุมมวลชนส่วนใหญ่ได้ มันอาจจะมันจะเป็น"สุระต่าน"เอง ในประเทศนี้
 
มสล.(125.26.236.xxx)

ความคิดเห็นที่ 3แจ้งลบ 2007-06-22 12:12:56
ต่อไปอาจจะเปลียนชื่อเป็น รัฐมุส...........ตวันออก
 
Big A ss A ss(125.26.236.xxx)

ความคิดเห็นที่ 2แจ้งลบ 2007-06-22 12:10:10
ต่ไปอาจจะเปลี่ยนเป็น รัฐมุ..............ตวันออก
 
a ss big(125.26.236.xxx)

ความคิดเห็นที่ 1แจ้งลบ 2007-06-22 11:42:21
ยาวจังเลย
 
(61.19.227.xxx)



 

หน้าแรก ดารา บันเทิง ฟังเพลง เกมส์ ดวง Hubbie เว็บบอร์ด วาไรตี้ อารมณ์ดี Blog วีดิโอ Club หรรษาพลาซ่า
Copyright © 2000 HunSadotcom Co.,Ltd. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
ติดต่อเรา : บริษัท หรรษาดอทคอม จำกัด ห้องเลขที่ 2101, 2104 ชั้น 21 อาคารเลขที่ 1126/2 อาคารวานิช 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2207-6800 แฟกซ์. 0-2207-6898