กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาใหม่กับวิบากกรรมของนายจ้าง

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. parnratsamee

    parnratsamee ผู้ดูแล

    เข้าร่วม:
    9 พฤศจิกายน 2015
    ข้อความ:
    2,101
    ถูกใจ:
    4
    3.jpg

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา หรือที่เรียกว่า “กยศ” เตรียมตัวบังคับใช้กฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเงินฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ นี้แล้ว โดยใช้วิธีการหักเงินเดือนลูกหนี้ชำระหนี้ กยศ โดยจะบังคับใช้กับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสะสางปัญหาหนี้ค้างชำระจำนวนมหาศาลกว่าหนึ่งแสนล้านบาท

    แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้กำลังจะมีผลใช้บังคับ แต่กฎหมายให้ถือว่าหนี้กู้ยืมตามกฎหมาย กยศ เดิมที่ค้างชำระหรือยังไม่ถึงกำหนดชำระเป็นหนี้ที่ผู้กู้ยืมเงินหรือผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจะต้องชดใช้คืนให้กับ กยศ ตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กยศ กำหนด ดังนั้น ลูกหนี้ กยศ ตามกฎหมายฉบับเดิมจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติกฎหมายฉบับนี้ด้วย แต่ลูกหนี้ กยศ มีทั้งที่เป็นลูกหนี้ชั้นดีที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระและลูกหนี้ที่ค้างชำระหรือไม่เคยชำระ จะต้องมีการผ่อนจ่ายกันอย่างไร คงต้องติดตามหลักเกฑณ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กยศ กำหนดอย่างใกล้ชิด


    ลูกหนี้ กยศ มีหน้าที่แจ้งสถานะการเป็นผู้กู้ยืมต่อหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน (นายจ้าง) ที่ตนทำงานอยู่ด้วยภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่เริ่มปฏิบัติงาน(สำหรับลูกหนี้ กยศ ที่ได้เริ่มทำงานหลังจากวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ แต่สำหรับลูกหนี้ กยศ ที่อยู่ระหว่างการทำงานเป็นลูกจ้าง กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องแจ้งนายจ้างเมื่อใด) และยินยอมให้หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อชำระเงินคืน กยศ ซึ่งเงินได้พึงประเมินดังกล่าว คืองินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ปัญหาในทางปฏิบัติก็คือ หากลูกจ้างไม่ให้ความยินยอมให้นายจ้างหักเงินแล้ว นายจ้างจะหักเงินได้หรือไม่ อย่างไร

    เมื่อลูกจ้างที่ได้กู้ยืมเงิน กยศ ได้แจ้งให้นายจ้างทราบแล้ว นายจ้างมีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อชำระเงินให้กับ กยศ ตามจำนวนที่ กยศ แจ้งให้ทราบ โดยนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดระยะเวลานำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด โดยจะต้องหักให้ กยศ เป็นลำดับแรกถัดจากการหักภาษี ณ ที่จ่าย

    วิบากกรรมของนายจ้างก็คือ หากนายจ้างในฐานะผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินไม่ได้หักเงินได้พึงประเมิน หรือหักและไม่ได้นำส่งหรือนำส่งแต่ไม่ครบตามจำนวนที่ กยศ ได้แจ้งให้นายจ้างทราบ หรือหักแต่ได้นำส่งเกินกำหนดระยะเวลาที่กรมสรรพกรกำหนด นายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเงินที่ต้องนำส่งในส่วนของลูกจ้างผู้กู้ยืมตามจำนวนที่ กยศ แจ้งให้ทราบ และต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๒ ต่อเดือนของจำนวนเงินที่นายจ้างยังไม่ได้นำส่งหรือส่งขาดไปแล้วแต่กรณี มันยุติธรรมแล้วหรือที่กฎหมายฉบบนี้ได้ผลักภาระการติดตามหนี้จำนวนมหาศาลมาให้กับนายจ้างที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับลูกจ้างที่เป็นหนี้ กยศ ให้ชำระหนี้คืน หากนายจ้างบกพร่องไม่ได้นำส่งหนี้ กยศ ให้กับกรมสรรพากร กลับกลายเป็นว่า นายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในหนี้จำนวนดังกล่าว รวมทั้งต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๒ ต่อเดือนของจำนนเงินที่นายจ้างยังไม่ได้ส่งหรือส่งขาดไปอีกด้วย นอกจากนี้ โปรดอย่าลืมว่า กฎหมาย (มาตรา ๔๖) ใช้คำว่า “ ผู้กู้ยืมมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๒) แจ้งสถานะการเป็นผู้กู้ยืมต่อหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ตนทำงานด้วยภายใน ๓๐วันนับแต่วันที่เริ่มปฏิบัติงาน และยินยอมให้หักเงินได้พึงประเมินของตนเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๕๑”


    ปัญหาที่ควรพิจารณาก็คือ หากลูกจ้างไม่ยินยอมให้หักเงินแล้ว นายจ้างจะทำอย่างไร เพราะหากนายจ้างหักเงินลูกจ้างโดยพลการ นายจ้างจะมีความผิดอาญาตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ หากนายจ้างไม่สามารถหักเงินลูกจ้างได้แล้ว นายจ้างยังคงต้องรับผิดชอบชำระหนี้แทนลูกจ้าง หรือจะต้องชำระเงินเพิ่มให้กับ กยศ ด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ คงต้องรอพิจารณาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคณะกรรมการ กยศ ต่อไป

    ไม่ว่า คณะกรรมการ กยศ จะมีวิธีการอย่างไร ฝ่ายนายจ้างเองคงจะรอไม่ได้ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อกฎหมาย กยศ ใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว นายจ้างก็จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงเอกสารทางกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย กยศ ใหม่นี้ ไม่ว่าการจัดทำหนังสือขอความยินยอมจากลูกจ้าง หรือการแก้ไขปรับปรุงสัญญาจ้างแรงงาน และหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาวิบากกรรมของนายจ้างให้คลี่คลายไปได้

    ท่านผู้อ่านท่านใดมีความประสงค์สอบถามปัญหาที่เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายอื่นใด สามารถเขียนอีเมล์เข้ามาสอบถามผู้เขียนได้ที่ worasetep@gmail.com ผู้เขียนยินดีที่จะตอบปัญหาให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านครับ