รพ.จุฬาลงกรณ์ จัดทีมแพทย์เคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้พิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะฟรี

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. parnratsamee

    parnratsamee ผู้ดูแลระบบ เจ้าของห้อง

    เข้าร่วม:
    9 พฤศจิกายน 2015
    ข้อความ:
    3,029
    ถูกใจ:
    6
    163259.jpg

    วันนี้ (28 มีนาคม 2561) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดงานแถลงข่าว “คลินิกเคลื่อนที่” ช่วยเหลือผู้พิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ให้เข้าถึงการตรวจรักษาที่มีคุณภาพสูงสุดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันพุธที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 10.30 น. ณ ชั้น 14 ระเบียงรมณีย์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์


    ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายบริการ กล่าวว่า ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นศูนย์เฉพาะทาง ด้านการแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรง แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยใหม่และเก่าจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทยเข้ามารับบริการการตรวจรักษาที่ศูนย์ฯประมาณ 1,400 ราย จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มาจากถิ่นทุรกันดารทำให้ประสบปัญหาการขาดแคลนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ถึงแม้ทางศูนย์ฯจะได้ให้ความช่วยเหลือด้านค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาลในรายที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายแล้วก็ตาม

    นอกจากนี้ยังพบปัญหาของระบบการส่งต่อผู้ป่วยตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดความล่าช้าในการที่จะได้รับการช่วยเหลือตามช่วงวัยและการดำเนินของโรค รวมถึงอัตราการรอคิวผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นเวลานาน เนื่องด้วยข้อจำกัดของห้องผ่าตัดที่ต้องใช้กับผู้ป่วยหลายแผนก ศูนย์ฯจึงได้เริ่มดำเนินการส่งศัลยแพทย์ไปผ่าตัดตามโรงพยาบาลจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 21 ครั้ง ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยจำนวน 51 ราย ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

    เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืนต่อไปในการที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความพิการผิดรูปบนใบหน้าและศีรษะที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย ให้ได้เข้าสู่กระบวนการตรวจรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วและต่อเนื่อง ได้มาตรฐาน ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ศูนย์ฯจึงได้มีแนวคิดจัดตั้งโครงการคลินิกเคลื่อนที่ขึ้น ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุครบ 63 พรรษา ในวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561 ซึ่งจะเริ่มให้บริการที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ในวันที่ 3 เมษายน 2561 เป็นที่แรก

    โดยความร่วมมือกับกระทรวงสาธารสุข สำนักงานสาธารณสุขในจังหวัดต่างๆ เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและศีรษะทุกประเภท ในจังหวัดแถบอีสานใต้ ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร ขอนแก่น เพื่อส่งผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจรักษาต่อไป โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะปล่อยขบวนคาราวานรถออกหน่วย “คลินิกเคลื่อนที่”ในวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561 เวลา 08.30 น. ณ
    บริเวณด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

    ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ หัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกระโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากชาดไทย กล่าวว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา 32 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529) ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกระโหลกศีรษะ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดร้อยละ 65.7 เป็นเด็กอายุเฉลี่ย 10.9 ปี ที่มีความความพิการบนใบหน้าที่ซับซ้อน มีสาเหตุหลายประการ ทั้งที่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เกิดตั้งแต่แรกคลอดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ความพิการเหล่านี้มักเกิดกับครอบครัวที่มีฐานะยากจน ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจในการวางแผนการมีบุตร เมื่อบุตรกำเนิดมามีความพิการฯ ทำให้หลายครอบครัวไม่พาบุตรมารับการตรวจรักษา เนื่องจากระยะเวลาเฉลี่ยในการมารับบริการรายละ 2.7 ปี ทำให้ผู้ป่วยได้รับความทุกข์ทั้งกาย ใจ บางรายอาจเสียชีวิตเนื่องจากไม่ได้รับการรักษา

    ศูนย์ฯจึงมีนโยบายและเป้าหมายที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้ให้ได้รับการรักษา เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ที่พึงมีพึงได้ ถึงแม้การผ่าตัดรักษาต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พิเศษและมีราคาแพง ทางศูนย์ฯก็ยินดีช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยที่มีสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิต่างๆ ที่ไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดรักษาด้วยอุปกรณ์พิเศษได้ จึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก โดยศูนย์ฯได้ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัวเฉลี่ยรายละ 500-4,000 บาท ซึ่งศูนย์ฯได้มีการระดมทุนจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธาจัดกิจกรรมหารายได้ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ

    1.กิจกรรมกอล์ฟการกุศลเพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยจากดุสิตธานี
    2. การออกร้านของคณะภริยาทูตในทุกๆ ปี
    3.จำหน่ายเสื้อ กำไรสื่อรักในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา / โดยความร่วมมือจาก

    สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย
    4. ได้รับเงินบริจาค จากบริษัทห้างร้านต่าง ๆ รวมถึงการรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ผ่านบัญชีธนาคาร
    ชื่อบัญชี “ผู้ป่วยพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ จุฬาลงกรณ์”
    ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภท ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 045-503329-2
    ธนาคารกรุงไทย สาขาปทุมวัน ประเภท ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 008-0-07821-4
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ ประเภท ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 081-2-94741-5
    ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุรวงศ์ ประเภท ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 147-4-71940-6

    นอกจากการบริจาคเงินแล้ว ผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยของศูนย์ฯ โดยสามารถช่วยเหลือเป็นวัสดุครุภัณฑ์ทางการแพทย์ บริจาคเป็นสิ่งของ เช่นผ้าอ้อม ของเล่น อุปกรณ์การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้ป่วย ช่วยสนับสนุนงาน “สุขสันต์ วันพบปะครอบครัว ” Happy family day” ที่จัดขึ้นในทุกปีเสมือนเป็นวันเด็กสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว

    รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากชาดไทย กล่าวว่า โครงการคลินิกเคลื่อนที่ของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นโครงการเสริมในโครงการผ่าตัดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 60 พรรษา โดยจะทำการออกค้นหาและรักษาผ่าตัด ณ โรงพยาบาลในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะในต่างจังหวัดให้ได้เข้าถึงการตรวจรักษาที่มีคุณภาพสูงสุดทัดเทียมนานาอารยประเทศ และถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนเวชภัณฑ์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถรักษาผ่าตัดได้ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ถึงปีพ.ศ.2563

    ความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะเป็นปัญหาที่มีผลกระทบไม่เฉพาะต่อตัวผู้ป่วย แต่รวมไปถึงครอบครัวและสังคมต่อตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งความพิการผิดรูปมองเห็นได้ชัดเจนแม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อย และหากรุนแรงก็จะมีปัญหาต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ไปด้วย เช่น สมองพิการ ตาบอด หูไม่ได้ยิน การกินการเคี้ยวผิดปกติ การพูดไม่ชัด ผู้ป่วยเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทั้งทางด้านจิตใจ สังคม การศึกษา เศรษฐกิจ หากมีความพิการชนิดรุนแรงและซับซ้อน จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมตามอายุ การผ่าตัดก็ซับซ้อนมีความเสี่ยงสูงมาก และต้องการการดูแลที่ดี จึงไม่สามารถกระทำได้ในโรงพยาบาลที่ไม่มีความพร้อม

    ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ เป็นหน่วยงานแรกที่ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้แบบสหสาขาวิชาชีพ เช่น ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง ประสาทศัลยแพทย์ กุมารแพทย์ ทันตแพทย์จัดฟัน นักอรรถบำบัด จักษุแพทย์ แพทย์โสต ศอ นาสิก จิตแพทย์ วิสัญญีแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา พยาบาล ฯลฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนถึงปัจจุบันจึงมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ จึงเป็นที่รู้จักและยอมรับเป็นอย่างสูงในวงการแพทย์ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วย ศูนย์ฯจึงได้ดำเนินโครงการ “คลินิกเคลื่อนที่” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับการตรวจรักษาในสถานพยาบาลใกล้บ้าน ด้วยการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขในจังหวัดต่างๆ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดจังหวัดและโรงพยาบาลในท้องถิ่นเพื่อค้นหาผู้ป่วย และแนะนำมาเข้ารับการรักษาในคลินิกเคลื่อนที่ในวัน เวลา สถานที่ ที่กำหนดตามจังหวัดต่างๆ ต่อไป