รู้ไว้!! อย่าชะล่าใจ..ก่อนสายเกินแก้ "โรคหลอดเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ"

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. hunsa.team2

    hunsa.team2 ผู้ดูแล

    เข้าร่วม:
    26 มิถุนายน 2017
    ข้อความ:
    1,374
    ถูกใจ:
    0
    1.jpg

    ปัจจุบันนี้มีโรคที่ร้ายแรงมากมาย ถือว่าเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนมาแล้วอย่างมาก ภายนอกร่างกาย อาจจะดูเหมือนสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วย แต่วันดีคืนดีกลับเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับโรคหนึ่งซึ่งยังไม่มีการพูดถึงมากนัก นั่นก็คือ “โรคเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ”

    นายแพทย์ วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลย์แพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวไว้ว่า “โรคหลอดเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ เกิดจากผนังของเส้นเลือดบางส่วนแตก แต่ไม่ได้ทะลุออกมาข้างนอก ไม่มีการแสดงอาการใดๆ เมื่อผู้ป่วยมีอาการก็หมายความว่า เส้นเลือดได้แตกทะลุออกมาแล้ว และทำให้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงมาก โรคนี้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น อายุมากขึ้น ความอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ หรือการขาดการออกกำลังกาย ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ จึงนำไปสู่โรคเส้นเลือดโป่งพองหรือถึงขั้นแตกได้ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้ป่วยภาวะเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะมีกลุ่มอายุที่น้อยลง จากเดิมส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป จนถึง 60 -70 ปี ”

    นายแพทย์ วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก (01).jpg
    22.jpg

    สำหรับผู้ที่อยากจะป้องกันตนเองจากโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองนี้ได้สามารถเข้ารับการตรวจได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    เริ่มแรกคุณหมอก็จะซักถามประวัติของผู้ที่เข้ารับการตรวจว่า มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้หรือไม่ แล้วก็ทำการคลำหาก้อนเต้นได้ในช่องท้องว่ามีหรือไม่ หลังจากนั้นก็ไปอัลตราซาวน์ช่องท้องเพื่อตรวจหาความผิดปกติต่างๆ แล้วก็เข้าห้องเพื่อเอ็กซเรย์ทรวงอก โดยจะทำการเอ็กซเรย์ด้านหน้าและข้างลำตัว หลังจากตรวจครบทุกขั้นตอนแล้ว คุณหมอก็จะเรียกไปฟังและอธิบายผลการตรวจให้ผู้เข้ารับการตรวจได้รับรู้

    3.jpg
    4.jpg

    ผลการตรวจที่ออกมาปกตินั้น ภาพที่เอ็กซเรย์นั้นตรงส่วนของหัวใจทั้งด้านหน้าและด้านหลังจะมีลักษณะปกติ ไม่มีหลอดเลือดบวมโตออกมาด้านข้าง เมื่อขยายภาพเข้าไปก็จะไม่เห็นรอยร้าวหรือรอยแตกเซาะของหลอดเลือด แต่ว่าถ้าเกิดตรวจพบว่ามีอาการก่อนที่จะรุนแรงขึ้นก็จะมีทางเลือกในการรักษา นอกจากการผ่าตัด คือ การใส่ขดลวดเข้าไปตามหลอดเลือดที่โป่งพอง ซึ่งจะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่นานก็สามารถกลับบ้านได้

    ดังนั้น ผู้ที่ต้องการป้องกันตนเองจากสภาวะเสี่ยงดังกล่าว ควรตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง ในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี แต่ถ้าหาก อายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจร่างกายโดยการใส่ใจการเอ็กซเรย์ปอด อัลตราซาวน์ช่องท้อง ตรวจการทำงานของ ตับ ไต และทดสอบประสิทธิภาพการเต้นของหัวใจ โดยครั้งนี้ เคทีซีร่วมกับ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีการจัดโปรแกรมให้สมาชิกเข้ารับการตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม - 31 ธันวาคม ณ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย สละเวลาซักนิดเพื่อการตรวจหาหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง แล้วคุณจะไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง...





    หรรษา ดอท คอม รายงาน
     
    แก้ไขล่าสุด: 22 สิงหาคม 2017
กำลังโหลด...