เปิดใจ “แอน จักรพงษ์” เจ้าของฉายา “เจ้าแม่ภารตะ” ไขปริศนา..ทำไม “คนไทย”ที่รักและหลงไหล "หนังอินเดีย"

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. HUNSATEST

    HUNSATEST ผู้ดูแลระบบ

    เข้าร่วม:
    18 ตุลาคม 2016
    ข้อความ:
    1,596
    ถูกใจ:
    2
    nhjnh.jpg

    หยิบจับอะไรก็ดูจะประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่าง สำหรับ “แอน” จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ผู้บริหารคนเก่ง บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) กับฉายาใหม่ “เจ้าแม่ภาระตะ” ไปเป็นที่เรียบแล้ว หลังจากนำซีรี่ส์อินเดียกลับมารุกตลาดเมืองไทย ด้วยการส่งซีรี่ส์อินเดียฟอร์มยักษ์ “สีดาราม ศึกรักมหาลงกา” ลง ช่อง 8 จนกระชากเรตติ้งถล่มทลายให้กับสถานี ล่าสุด เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการโทรทัศน์อีกครั้งด้วยซีรีส์แนวดราม่าแอ็คชั่น ที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาลสูงถึง 1 พันล้านบาท อย่าง “อโศกมหาราช” ที่โด่งดังมากในอินเดีย และเรตติ้งไต่ทะยานขึ้นอันดับ 1 หลังจากออกอากาศไปได้เพียง 1 เดือน และคงความเป็นอันดับ 1 ตลอดระยะเวลาที่ฉายในขณะนั้น โดยครั้งนี้ ช่อง 3 ซื้อลิขสิทธิ์ไปออกอากาศทาง 3 แฟมิลี่ พร้อมเปิดใจแบบหมดเปลือกว่าทำไมหนังอินเดียถึงเข้ามาอยู่ในใจคนไทยไม่แพ้ “ซีรี่ส์เกาหลี”

    “อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนแฟนตาซี ซึ่งเป็น 1 ในประเภทของคอนเทนต์หลักของเรา จริงๆ เราดังมาตั้งนานแล้ว คนรู้จักเรากันมานานหลายปีแล้วในฐานะผู้นำเข้าละครต่างประเทศ ละครเกาหลี จีน ญี่ปุ่นเมื่อก่อนมีเยอะ แต่เดี๋ยวนี้พวกซีรี่ส์เกาหลี จีน ญี่ปุ่นก็มีบ้าง แต่ไม่มากเท่าแต่ก่อน อย่างญี่ปุ่น ตอนนี้คนไม่ค่อยดู เคยทำตั้งแต่สมัยพึ่งเปิดช่องเจเคเอ็นแรกๆ เพราะชื่อเจเคเอ็น เจก็คือ เจแปน เคก็คือ โคเรีย เอ็นก็คือ เน็ตเวิร์ค แต่ตอนเนี่ยะละครจากทางฝากฝั่งญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีคนดูหรอก จะดูกันแต่พวกการ์ตูน แอนิเมชั่นทั้งหลาย ส่วนละครมหาภารตะก็ต้องเลือกเรื่อง พิจารณาเป็นเรื่องๆไป หาอะไรที่ใกล้เคียงกับความเป็นคนไทย”

    thumbnail_IMG_3229.jpg

    มั่นใจไม่มีใครเบะปากใส่ เพราะโปรดักชั่นดี

    “จริงๆ ตัวหนังละครอินเดีย เวลาพูดถึง บางคนเบะปากนะ เพราะจะนึกภาพไปถึงภาพ วิ่งไล่จับเต้นข้ามภูเขากัน หลายคนนึกไม่ออก มันดีหรือเปล่า ไฮหรือเปล่า คุณภาพสูงพอมั้ย จะเชยๆ สนุกไหม หรือนั่งดูเดี๋ยวจะหลับ เดาทางได้ แต่เชื่อไหม ถ้ามีโปรดักชั่นดีๆ เนื้อเรื่องสนุก ก็มีคนรอดูเยอะ อย่างรามเกียรติ์ มหาภารตะ พระพุทธเจ้า หนุมาน เจ้าแม่กาลี มันเป็นเรื่องวัฒนธรรมความเชื่อ ศาสนา ที่เราได้รับอิทธิพลมาจากทางอินเดีย แม้กระทั่งอย่างภาษาไทยก็มีพื้นฐานมาจากภาษาสันสกฤตด้วย หลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้นรากเหง้าหลายๆ เรื่องก็สามารถทำตลาดได้ แต่หลายเรื่องก็ไม่เกี่ยวเนื่องสัมผัสกับคนไทย เพราะฉะนั้นเนี่ยะก็ต้องดูเป็นชิ้นๆ เป็นเรื่องๆไป เราคือ คนขายคอนเทนต์ค่ะ ซึ่งคอนเทนต์ก็คือ อาหารสมองและอารมณ์ เราต้องรู้ว่าในสมองของคนกำลังคิดอะไร และรู้สึกอะไร เราต้องเป็นนักวิเคราะห์และเข้าใจมนุษย์”

    ลั่นอโศกมหาราช ซีรี่ส์อินเดียเรื่องใหม่ล่าสุดเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครบสมบูรณ์แบบ ทั้งเรื่องความกล้าหาญ ความรักความกตัญญูที่มีต่อแม่ ตลอดจนฝีมือในการปกครองผืนแผ่นดิน

    “เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง พระเจ้าอโศกมหาราชมีตัวตนจริงๆ เมื่อประมาณ 2 พันกว่าปีก่อน เป็นพระมหากษัตริย์ที่ครบสมบูรณ์แบบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องความกล้าหาญ ฉลาด เด็ดเดี่ยว และมีความรักความกตัญญูต่อแม่ ตลอดจนมีฝีมือในการปกครองผืนแผ่นดิน และออกไปรบเพื่อขยายดินแดน การออกรบของท่านเหมือนกับอเล็กซานเดอร์มหาราช เหมือนฉินซีฮ่องเต้ เพราะฉะนั้นความเป็นที่สุดของที่สุดของกษัตริย์ของอินเดียเนี่ย คือพระเจ้าอโศก เป็นพระมหากษัตริย์เบอร์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของอินเดีย ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของอโศกที่มีมากว่าสองพันปี สร้างชมพูทวีป ขยายอาณาจักรเยอะแยะ เรียกได้ว่าเกือบค่อนโลก สิ่งที่เราจะได้เห็นจากอโศกมหาราชคือแรงบันดาลใจของเจ้าชายพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง เกิดในหมู่บ้านสามัญชนโดยไม่รู้เลยว่ามีเชื้อกษัตริย์ แล้วเป็นลูกกษัตริย์จริง ๆ ที่เกิดจากนางธรรมากับพระมหากษัตริย์ในขณะนั้น กษัตริย์สัญญาว่าจะกลับมารับนางธรรมาเข้าวัง แต่ก็มีเหตุให้ต้องผลัดพลากกัน ในวังก็มีมเหสี มีชายาเยอะแยะ อีกอย่างก็ไม่ทราบว่านางธรรมามีตั้งท้อง นางธรรมาเป็นภรรยาที่ดีมาก และสวยมาก ทำให้อโศกรักและกตัญญูต่อแม่ เพราะแม่แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่ต้องการยศถาบรรดาศักดิ์อะไรเลย ไม่เคยไปร้องแรกแหกกระเชิงหน้าประตูปราสาทราชวังว่าข้าเป็นชายา แม้จะเป็นมเหสี มีลูกกับพระองค์ แล้วเป็นลูกชายด้วย และไม่เคยบอกอโศกด้วยว่าตัวเองเป็นลูกของพระมหากษัตริย์ เลี้ยงลูกมาแบบติดดิน ให้เป็นกำลังของแผ่นดินเหมือนกัน โดยที่ตัวอโศกเองก็เปรียบเสมือนสิงโต เพราะสัญลักษณ์ของท่านเวลาไปอินเดียก็จะอยู่ในธนบัตร คือจะเป็นตัวสิงโตที่ 2 พันปีที่ผ่านมาทุกคนเชิดชูให้ท่านเป็นเบอร์หนึ่งในเรื่องความกล้าหาญ ฝึกวิชาการออกรบ การปกครองคนตั้งแต่เด็ก เป็นผู้นำตั้งแต่บอร์นทูบี มีสายเลือดพระมหากษัตริย์ แล้วตัวเองก็ไม่รู้เลย จนมีเหตุการณ์ให้เข้าวังและได้ล่วงรู้ที่มาที่ไป แล้วการได้ขึ้นปกครองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นคนที่ต้องฟันฝ่า กว่าจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีมารมาผจญเยอะแยะ การอยู่ในวังก็เป็นอย่างนั้น ไม่ใช่เป็นเจ้าชายแล้วจะเป็นเดอะคิง เป็นพริ้นท์เบอร์หนึ่ง ไม่ใช่ ก็ต่อสู้ตั้งแต่เกิด แล้วเข้าวังจนกลายเป็นมหากษัตริย์ มาเป็นมหาราชได้เพราะสิ่งที่ทำ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองสถาปนา ทำอะไรจนคนอื่นยกย่องให้เป็นเดอะเกรท หรือมหาราชนั่นเองค่ะ สิ่งที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดอย่างหนึ่ง ที่เอาท์ไซด์ชมพูทวีป นอกเหนือจากคนอินเดีย คือการที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยออกไปทั้งหมด 9 สาย ประเทศไทยก็เป็นสายหนึ่ง ออกไปราชบุรี นครปฐม แล้วเขาก็เล่ากันว่าองค์พระปฐมเจดีย์ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากพระเจ้าอโศกมหาราชเช่นเดียวกัน พระองค์ส่งพระสมณทูตมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในบ้านเรา ซึ่งตอนนั้นยังไม่ใช่ประเทศไทยปัจจุบันเลยนะคะ ยังเป็นดินแดนสุวรรณภูมิอยู่เลย ก็คือ ราว พ.ศ. 200 กว่า เป็นเวลากว่า 2 พันปีผ่านมาแล้วเนี่ยะ พระปฐมเจดีย์ก็สันนิษฐานกันว่า สร้างขึ้นในคราวที่พระเจ้าอโศกส่งพระสมณทูตมาเมื่อคราวนั้น ก็เป็นเรื่องที่เล่ามาจนถึงปัจจุบันนี้ พูดตามผู้รู้เลยนะ ท่านเป็นรองศาสดาจารย์ ดร.สำเนียง เลื่อมใส อาจารย์ถึงกับบอกว่า ประเทศไทยคงไม่มีพระพุทธศาสนา หากไม่มีพระเจ้าอโศกมหาราชเพราะพระองค์เป็นคนที่นำพระไตรปิฎกมาเผยแผ่ถึงที่นี่”

    ถึงจะอิงประวัติศาสตร์แต่ไม่น่าเบื่อ ให้คติสอนใจคน

    “แรงบันดาลใจของเจเคเอ็นที่นำมาฉายก็ง่ายมากเลย คือว่าเราเป็นเมืองพุทธ เราเป็นพุทธศาสนิกชนกันทุกคน จุดเริ่มต้นเมื่อ 2 พันปีก่อนมาจากไหน ก็มาจากพระเจ้าอโศกมหาราช ก็ต้องดู พระองค์เป็นมหาราชและทุกคนยกย่องเป็นมหาราช ก็ด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จนทำให้ประเทศไทยเป็นแบบทุกวันนี้ได้ก็เพราะพระองค์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องดูจริงๆ อลังการงานสร้างค่ะ ฉากรบ ฉากรัก การต่อสู้ความห้าวหาญ เหมือนเราดูนเรศวร ไม่ได้น่าเบื่อ ดูรามเกียรติ์สีดาเหมือนดูมหากาพย์แฟนตาซี เหมือนลอร์ดออฟเดอะริงฝั่งยุโรป รามเกียรติ์ คือรามายาณะฝั่งเอเชีย พอดูอโศกมหาราช มันก็จะเหมือนเราดูนเรศวร สุริโยไท จะออกแนวอย่างนั้น คือความอลังการในเรื่องชุดเสื้อผ้าบทตัวละครประวัติศาสตร์ ถึงจะอิงประวัติศาสตร์แต่ไม่น่าเบื่อเพราะเขาทำให้โรแมนติก ให้คติสอนใจคน”

    thumbnail_image1 (1).jpg

    มีเรื่องอื่นที่เตรียมจะนำเข้ามามั้ย


    “อโศกมหาราชอยู่ที่ช่อง 3 ประมาณสิ้นปีคงจบ ตอนนี้เขาฉายจันทร์-ศุกร์วันละ 1 ชม. ถือว่าให้ความสำคัญมาก เดี๋ยวมีอีกค่ะ ทุกช่องเลยที่มาคุยกับเรา เป็นภารตะประมาณ 3 ช่อง เราก็มีการจำกัด ไม่อยากให้ตีกันเองเยอะเกินไป ละครล็อตอื่นก็มี แต่จะเป็นช่องอื่นอีก ก็ไม่ให้เกิน 3 - 4 ช่อง และที่ไม่ใช่ละครก็จะเป็นคอนเทนต์ที่เป็นประเภทแบบสาระบ้างแล้ว อันนั้นก็อีกประมาณ 3 ช่อง ตอนนี้เกือบทุกช่องใช้เราทุกวัน เพียงแต่ว่าเราจะแบ่งให้ใครเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับช่องใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย”

    ติดตามชม “อโศกมหาราช” ได้ที่ช่อง 3 แฟมิลี่ ทุกวันจันทร์- ศุกร์ 18.20 -19.15 น. เริ่มออกอากาศต้นเดือนมีนาคมนี้
     
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. พลอย
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    1,424
  2. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    2,067
  3. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    1
    เยี่ยมชม:
    131
  4. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    82
  5. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    297