เรื่องที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับการเกษียณอายุ

แชร์หน้านี้

  1. REDBEAR

    REDBEAR ผู้ดูแล

    เข้าร่วม:
    8 กรกฎาคม 2016
    ข้อความ:
    1,663
    ถูกใจ:
    3
    3 (1).jpg

    ผู้เขียนได้รับอีเมล์จากท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านได้สอบถามถึงการเกษียณอายุ
    ทำให้ผู้เขียนเข้าใจว่า ยังมีท่านผู้อ่านอีกจำนวนมากที่ยังขาดความเข้าใจเรื่องการเกษียณอายุ ผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้รวบรวมกรณีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเกษียณอายุมาแจกแจงให้ท่านผู้อ่านทราบตามบทความเรื่องนี้

    การที่ลูกจ้าง (เอกชน) คนใดคนหนึ่งต้องออกจากงานเนื่องจากเกษียณอายุ
    ผู้เขียนฟันธงได้เลยว่า ถือเป็นกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจากนายจ้าง
    ซึ่งเหตุการเกษียณอายุนี้ถือเป็นเหตุของการเลิกจ้างประเภทหนึ่งซึ่งนายจ้างจะกำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

    เกษียณอายุคืออะไร เมื่อพิจารณาตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒
    ให้คำอธิบายคำว่า เกษียณอายุ หมายถึง ครบกำหนดอายุรับราชการ หรือสิ้นกำหนดเวลารับราชการ ดังนั้น
    การที่บรรดานายจ้างได้กำหนดการเกษียณอายุเป็นเหตุ ๆ หนึ่งแห่งการเลิกจ้างไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
    น่าจะเป็นการนำการครบกำหนดอายุรับราชการตามกฎหมาย (๖๐ ปี) มาเป็นการครบอายุตามสัญญาจ้างแรงงานเช่นกัน

    การเกษียณอายุของลูกจ้างในกิจการของเอกชน

    นายจ้างโดยทั่วไปมักจะกำหนดอายุหกสิบปีบริบูรณ์เป็นการครบกำหนดอายุของสัญญาจ้างแรงงาน
    แต่ก็มิได้หมายความว่านายจ้างจะกำหนดเวลาเกษียณอายุเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นายจ้างอาจจะกำหนดอายุ ๕๕ ปี หรือ๖๕ ปี เป็นกำหนดเวลาเกษียณอายุของลูกจ้างก็ได้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อกฎหมายห้ามไว้
    หากไม่มีกำหนดอายุของลูกจ้างที่จะทำให้สิ้นสุดสัญญาไว้เลย ก็คงจะไม่ยุติธรรมกับลูกจ้างนัก เพราะลูกจ้างคงจะต้องทำงานไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถูกนายจ้างเลิกจ้างเอง หรือทำงานไม่ไหวจนกระทั่งลาออกไปเลย

    การเกษียณอายุในทางแรงงานก็มักจะเกิดปัญญาในการตีความในทางกฎหมายหลายประการ ดังนี้

    1. การกำหนดเวลาเกษียณอายุของลูกจ้าง นายจ้างอาจกำหนดออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้
    (1) กำหนดเวลาเกษียณอายุให้แตกต่างกันตามประเภทงาน
    เนื่องจากกิจการบางประเภทมีลักษณะการทำงานของลูกจ้างแตกต่างกันชัดเจน กรณีนี้
    นายจ้างสามารถกระทำได้ ไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานแต่อย่างใด

    (2) กำหนดระยะเวลาเกษียณอายุให้แตกต่างกันเนื่องจากเพศของลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
    พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๕ บัญญัติว่า ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างชายหญิงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน
    เว้นแต่ลักษณะและสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้ ดังนั้น
    การที่นายจ้างจะกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุให้ลูกจ้างชายหญิงแตกต่างกันจึงไม่สามารถกระทำได้
    เนื่องจากขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตราดังกล่าว

    2. การกำหนดระยะเวลาเกษียณลูกจ้างไว้
    ไม่ทำให้สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน
    เนื่องจากในระหว่างระยะเวลาการจ้างแรงงานนั้น
    นายจ้างและลูกจ้างต่างก็มีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานได้ตลอดเวลา โดยการบอกกล่าวล่วงหน้า กล่าวคือ
    ลูกจ้างสามารถยื่นใบลาออกได้ หรือนายจ้างสามารถเลิกลูกจ้างได้เช่นกัน ดังนั้น
    การที่ลูกจ้างจะทำงานจนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุหรือไม่จึงไม่ใช่ข้อสาระสำคัญของสัญญาจ้างแรง
    งาน กำหนดะระยะเกษียณอายุของนายจ้างจึงไม่ทำให้สัญญาจ้างแรงงานกลายเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาแน่
    นอน การเลิกจ้างเพราะการเกษียณอายุของนายจ้างจึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

    3. นายจ้างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุโดยลำพังได้
    เนื่องจากกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุถือเป็นเหตุหนึ่งของการเลิกจ้าง จึงถือเป็นสภาพการจ้างตามกฎหมายแรงงานด้วย หากนายจ้าง เปลี่ยนแปลงโดยมีลักษณะย่นระยะเวลาเกษียณอายุเข้ามา ลูกจ้างคงเหลือกำหนดระยะเวลาการทำงานที่สั้นลง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง
    หากไม่ได้รับความยินยอมของลูกจ้างก่อน ย่อมไม่มีผลผูกพันลูกจ้าง

    ๔. การเลิกจ้างเนื่องจากลูกจ้างครบกำหนดเกษียณอายุ เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

    เพราะถือเป็นการเลิกจ้างที่ใช้บังคับกับลูกจ้างทุกคนโดยทั่วไป ซึ่งใช้อายุของลูกจ้างเป็นตัวกำหนด
    เนื่องจากอายุของลูกจ้างทุกคนเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเกษียณก็จะสูงวัยแล้ว
    แม้จะมีข้อยกเว้นสำหรับลูกจ้างบางคนที่นายจ้างอาจจะว่าจ้างต่อไป

    ๕. การที่นายจ้างกับลูกจ้างตกลงขยายอายุเกษียณ

    นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยทันทีเมื่อลูกจ้างครบกำหนดอายุเกษียณตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
    ศาลฎีกาได้วางบรรดทัดฐานไว้สำหรับกรณีนี้ว่า หากยินยอมให้นายจ้างยกข้ออ้างว่า
    ได้ตกลงกับลูกจ้างขยายอายุเกษียณออกไปแล้ว
    ย่อมเป็นช่องทางให้นายจ้างหลบเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยกรณีเกษียณอายุได้
    โดยทำทีเป็นการจ้างต่อไปจนลูกจ้างทำงานไม่ไหวลาออกไปเอง ดังนั้น
    กรณีนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานต่อไปหลังจากเกษียณอายุตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแต่ยังคงไม่จ่ายค่าชดเ
    ชยให้กับลูกจ้างแล้ว ลูกจ้างจึงมีสิทธิเรียกค่าชดเชยและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕
    ต่อปีนับแต่วันที่ลูกจ้างครบอายุเกษียณตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นต้นไป

    แม้ว่าเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ได้มีข่าวว่า จะมีการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
    โดยเพิ่มข้อกำหนดให้การเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมาย และบังคับให้อายุ ๖๐
    ปีเป็นกำหนดอายุเกษียณของลูกจ้าง แต่จนกระทั่งวันที่ผู้เขียนเขียนบทความฉบับนี้
    กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศออกมาบังคับใช้ ดังนั้น
    แนวทางการพิจารณาเรื่องเกษียณอายุก็ยังคงต้องใช้แนวทางการพิจารณาตามบทความนี้ต่อไป


    ท่านผู้อ่านท่านใดมีความประสงค์สอบถามปัญหาที่เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายอื่นใด

    สามารถเขียนอีเมล์เข้ามาสอบถามผู้เขียนได้ที่ worasetep@gmail.com
    ผู้เขียนยินดีที่จะตอบปัญหาให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านครับ
     
    แก้ไขล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2017