เรื่องย่อละคร "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา”

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. HUNSATEST

    HUNSATEST ผู้ดูแลระบบ

    เข้าร่วม:
    18 ตุลาคม 2016
    ข้อความ:
    1,596
    ถูกใจ:
    2
    thumbnail_11.ครอบครัวพระนเรศวร.jpg


    พุทธศักราช ๒๑๐๖ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยา โดยได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนืออันมี “เมืองพิษณุโลก” เป็นราชธานี ได้เป็นผลสำเร็จ ครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” (เจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก - พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวร หรือ พระองค์ดำ) จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตอาณาประชาราษฎร์มิให้ต้องมีภัยอันตราย และจำต้องยอมร่วมกระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา


    thumbnail_17.บุญทิ้งและพระองค์ดำ รุ่นที่ 2.jpg

    ศึกครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” เจ้าแผ่นดินอยุธยา ทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และ ถวายช้างเผือก ๔ เชือก ทั้งให้ “สมเด็จพระราเมศวร” (ราชโอรส) เสด็จไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระประสงค์ของกษัตริย์พม่า ข้าง “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ก็จำต้องถวายตัว “สมเด็จพระนเรศวร” ราชโอรสองค์โต ซึ่งมีพระชนมายุได้เพียง ๙ ชันษา ไปเป็นองค์ประกัน ประทับยังหงสาประเทศเช่นกัน

    thumbnail_24.พระเทพกษัตริย์.jpg

    ด้วยพระปรีชาสามารถด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ “สมเด็จพระนเรศวร” จึงทรงเป็นที่รักใคร่ของ “พระเจ้าหงสาวดี บุเรงนอง” ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ แลทรงมีสายพระเนตรยาวไกล เห็นว่าสืบไปเบื้องหน้า “สมเด็จพระนเรศวร” จะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเนย์ประเทศ จึงทรงปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรักแผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยเป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักรซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก แลหาได้วางพระทัยในพระราชโอรส “พระเจ้านันทบุเรง” และพระราชนัดดา “มังกยอชวา” ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้น หาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรม เหตุนี้จึงเป็นชนวนให้ “พระเจ้านันทบุเรง” และ “ราชโอรสมังกยอชวา” ขัดพระทัยทั้งผูกจิตริษยา “สมเด็จพระนเรศวร” ตลอดมา

    thumbnail_30.มณีจันทร์(วัยรุ่น).jpg

    นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดให้ “พระมหาเถรคันฉ่อง” พระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณและเจนจบในตำราพิชัยสงคราม เป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปะวิทยาการแก่ “สมเด็จพระนเรศวร” ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธยาและข้างพม่ารามัญหาผู้เสมอเหมือน

    thumbnail_31.มณีจันทร์(ตอนเด็ก).jpg

    พุทธศักราช ๒๑๑๒ (๖ ปีต่อมา) “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” เจ้าแผ่นดินอยุธยาเสด็จออกผนวช แลสถาปนา “สมเด็จพระมหินทร์” ราชโอรสองค์รองขึ้นเสวยราชสมบัติสืบแทน “สมเด็จพระมหินทร์” ทรงคลางแคลง
    พระทัยในความจงรักภักดีของ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” มาแต่ครั้งสงครามชิงช้างเผือก เมื่อ ๖ ปีก่อน ขณะที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลกก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช่นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

    thumbnail_34.องค์ขาว.jpg

    กษัติร์ย์อยุธยาพระองค์ใหม่ จึงหันไปสมคบกับ “สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช” พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว ร่วมกันเข้าตีเมืองพิษณุโลก แต่กระทำการมิสำเร็จ “พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง” เห็นเชิงสบโอกาสจึงยกทัพใหญ่เข้าตีกรุง


    thumbnail_45.มหาเถร.jpg

    ศรีอยุธยาอีกคำรบ ครั้งนั้น “สมเด็จพระนเรศวร” ร่วมโดยเสด็จมากับทัพหงสา แลทรงประทับอยู่เพียงเมืองพิษณุโลก มีเพียง “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” โดยเสด็จกษัตริย์หงสาลงมากรุงศรีอยุธยา ด้วยตั้งพระทัยจะเกลี้ยกล่อมให้ “สมเด็จพระมหินทร์” ยอมสวามิภักดิ์พระเจ้าบุเรงนอง เพราะเล็งเห็นว่าอยุธยายากจะต่อรบเอาชัย แม้ศึกครั้งนั้น “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ” ทรงลาผนวชมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง แต่อยู่ได้มิช้านานก็เสด็จสวรรคตระหว่างศึก กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง

    thumbnail_58.นันทบุเรง.jpg

    ข้าง “สมเด็จพระนเรศวร” ซึ่งประทับอยู่ยั้งยังนครพิษณุโลกแต่ต้นศึก ทรงรู้ซึ้งว่า “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” พระราชบิดามิได้คิดคดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่ก็หาได้เห็นด้วยกับการอ่อนข้อสวามิภักดิ์พม่ารามัญ น้ำพระทัยอันมั่นคง เด็ดเดี่ยวนั้น ถึงแม้จะมิได้แพร่งพราย แต่ก็ประจักษ์อยู่ในหมู่ข้าราชบริพารใกล้ชิดผู้รักและหวงแหนในเอกราชของแผ่นดิน จึงพากันนิยมในน้ำพระทัย แลพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแต่นั้นมา

    thumbnail_วิไลกัลยา.jpg

    ครั้นเสร็จศึกอยุธยาพุทธศักราช ๒๑๑๒ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ทรงถวาย “พระสุพรรณกัลยา” (พระพี่นางสมเด็จพระนเรศวร) แก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง และ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา ครั้นลุปีพุทธศักราช ๒๑๑๔ “พระสุพรรณกัลยา” แลขอตัว “สมเด็จพระนเรศวร” จากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เสด็จกลับยังเมืองพิษณุโลก เพื่อช่วยราชการข้างอยุธยา และโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์ครอง “เมืองพิษณุโลก” เป็นใหญ่เหนือหัวเมืองเหนือทั้งปวง

    thumbnail_TEASER.jpg
     
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. hunsa.team1
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    97
  2. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    79
  3. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    1
    เยี่ยมชม:
    344
  4. hunsa.team1
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    106
  5. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    1
    เยี่ยมชม:
    250