"กฏแห่งกรรม จากคนที่คิดทำแท้งลูก"

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  20 มิถุนายน 2018
เยี่ยมชม :  3,079    ถูกใจ :  0
thumbnail_desperate-2293377__340.jpg

**เรื่องเล่าจากวัด**
**ความเชื่อส่วนบุคคล**


"กฏแห่งกรรม จากคนที่คิดทำแท้งลูก"

ฮัลโหลลล ! วันนี้มีเรื่องเล่าจะเล่าให้ฟังตามเคยค่ะ บอกก่อนว่าไม่ใช่เรื่องผีแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องจริงจาก กฏแห่งกรรม เรื่องราวเกิดขึ้นในวันสองขณะที่เรากำลังกินข้าวเช้า มีผู้หญิงคนนึง ยังสาวอยู่เลยก็รุ่นๆเรานี่แหละ ประมาณ 30 ต้นๆ หน้าตาอย่างอมทุกข์มากค่ะ เขาก็ขอมานั่งกินข้าวด้วย เขาบอกว่าไม่รู้จะปรับทุกข์กับใคร เห็นหน้าตาเราเฟรนด์ลี่ก็เลยอยากมาคุยด้วย ! (คิดในใจหน้ากุนี้เวลาไม่ยิ้ม นี่หงิกเหวี่ยงวอนส้นมากนะ555)

เริ่มต้นบทสนทนา เราก็เลยบอกเขาว่า มาวัดแล้วทำจิตใจให้สบายๆนะคะ ตั้งใจปฏิบัติธรรม อะไรปล่อยว่างได้ก็ปล่อย บุญที่เราทำจะช่วยหนุนนำให้เราเอง ผู้หญิงคนนั้นก็เลยเปิดฉากเล่าระบายเลยค่ะ เขาเล่าว่าเขามีความทุกข์เรื่องลูก ตอนสมัยเขายังวัยรุ่น เขาไปพลาดท่าท้องก็เลยคิดจะทำแท้ง วิธีของเขาคือนอนหงายแล้วให้เพื่อนขึ้นไปเหยียบแล้วกระโดดบนท้องเพื่อจะรีดลูกออก ทำอยู่นานมาก แต่ไม่สำเร็จค่ะ ! เพราะเพื่อนของเขา ฝันว่ามีเด็กมาต่อว่าทุกคืน จนกลัวก็เลยล้มเลิกวิธีการนี้ไป

ล่วงเลยมา 9 เดือนจนคลอด จนลูกโตมาตอนนี้อายุ 12-13 ปีแล้ว เขาเล่าว่า ชีวิตเขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น ตั้งแต่ลุกเกิดมา ลูกไม่เคยเรียกเขาว่า "แม่" เลยสักครั้ง เรียกว่า "ไอ้..(ชื่อแม่เขา)" ตลอด ในขณะที่เด็กไปเรียกคุณยายว่า "แม่" แทน

เด็กคนนี้มีพฤติกรรมน่ารักกับทุกคนค่ะ ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา เป็นเด็กมีคารวะ ว่านอนสอนง่ายทุกอย่าง คือเป็นเด็กดีเลยแหละ
แต่ผิดกับแม่เขา ที่เด็กคนนี้จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวทุกอย่าง ไม่รัก ไม่เคารพแม่เขาเลย แถมเด็กจะคอยพูดกับแม่เขาเสมอว่า "มึงทำอะไรกุไว้ อย่าลืมสิ" คือก็ไม่รุ้หรอกนะคะ ว่าทำไมเด็กถึงพูดแบบนี้ แต่เด็กก็จะพูดกับคนเป็นแม่บ่อยๆ ด้วยเหตุผลนี้เขาก็เลยตั้งใจมาปฏิบัติธรรมให้ได้มากที่สุดเพื่ออโหสิกรรมลูก

ปิดท้ายนี้อยากบอกว่า กฏแห่งกรรม คือ กฏที่ยุติธรรมที่สุด ไม่มีใครหนีพ้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว นรกสวรรค์ไม่มีใครเคยเห็นว่ามีจริงหรือไม่ แต่เราจะสัมผัสได้เมื่อมีความรู้สึกมากระทบใจเรา ดังคำที่โบราณว่า "สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ" ถึงตรงนี้ บอกก่อนว่าการปฏิบัติธรรมหรือทำบุญ ไม่ใช่หนทางที่จะลบล้างเวรกรรมได้ แต่มันจะช่วยให้จิตใจเรานั้นสูงขึ้น ละอายและเกรงกลัวที่จะทำบาปอีก

พระพุทธเจ้าไม่ได้ขอให้เราเชื่อ ไม่ได้ขอให้เรางมงาย แค่สอนให้เราเป็นคนดี ชีวิตประจำวันก็ใช้ตามปกติเลยค่ะ กิน ขี้ ปี้ เล่น ฉีดหน้าบ้าง ศัลยกรรมบ้าง 5555 แต่แค่อยู่ใน ศีล 5 ไม่ด่าทอพ่อแม่ ก็โอเคมากแล้ว จบการเล่ายาวเฟื้อย ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายค่ะ สวัสดีวันพระ รักนะ จุ้บๆ

ที่มา https://www.facebook.com/peaky.asitapat/posts/10216767449516705
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1
ผู้เยี่ยมชม
  26 กรกฎาคม 2019
เยี่ยมชม :  3,079    ถูกใจ :  0
จงทำไห้ดีที่สุดตอนยังมีเวลาเถอะครับ
 
อ่านทั้งหมด
Last edited by a moderator: 2 สิงหาคม 2019

แชร์

#2