กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นอย่างไร ทำไมปัจจุบันคนเป็นกันมาก

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  2 กุมภาพันธ์ 2021
เยี่ยมชม :  3,354    ถูกใจ :  0
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือ Ptosis เป็นภาวะเปลือกตาตกหรือหย่อนลงมากกว่าปกติ เกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงาานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ลืมตาได้น้อย ลักษณะเปลือกตาบนจึงคลุมปิดตาดำมากเกินกว่าปกติ นอกจากจะมีผลด้านความสวยงามแล้ว ในบางรายหากเปลือกตาตกลงมากจนบังรูม่านตา จะมีผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

หากใครที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะยกหนังตาไม่ค่อยขึ้น ทำให้มีลักษณะตาปรือ กลายเป็นคนที่ดูง่วงนอนตลอดเวลา ซึ่งภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย บางรายเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือบางรายอาจเป็นตอนอายุเพิ่มขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตามีอาการหย่อนยานหรือยืดจากการใช้งานบ่อย อาจเป็นข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ ทำให้ตาดูไม่เท่ากัน ซึ่งจะส่งผลต่อบุคลิกภาพอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน คนยุคดิจิทัล ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดวงตาอ่อนล้าได้ง่าย
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจส่งผลเสียได้มากกว่าที่คิด
1. คนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จะทำให้หนังตาดูตก ตาปรือมากกว่าคนที่มีระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตาเป็นปกติ จึงอาจทำให้สูญเสียความมั่นใจในการเข้าสังคม เสียบุคลิกภาพ และอาจเป็นอุปสรรคในการทำงานบางอาชีพได้เลยทีเดียว
2. หากเป็นภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเพียงข้างเดียว หรือภาวะกล้ามเนื้อตาออกแรงได้ไม่เท่ากัน จะส่งผลให้ตาดูไม่เท่ากันตามไปด้วย จะเห็นว่าดวงตาข้างหนึ่งดูปรืออย่างชัดเจน ทำให้ใบหน้าโดยรวมขาดสมดุล
3. สำหรับคนที่มีลักษณะเบ้าตาลึก หากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย จะทำให้ดวงตาปรือมากจนสังเกตได้
4. เกิดอุปสรรคในการมองเห็น เพราะขอบตาที่อยู่ต่ำกว่าระดับปกติ อาจลดทอนประสิทธิภาพในการมองเห็น
5. มีริ้วรอยบริเวณหน้าผากมากขึ้น เพราะคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจติดการเลิกคิ้ว จากการพยายามเบิ่งตาให้โตขึ้น เพื่อชดเชยภาวะเปลือกตาออกแรงได้ไม่เต็มที่ และเพื่อการมองเห็นที่ดีขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากต้องเคลื่อนไหวมาก จะทำให้เกิดริ้วรอยเกิดขึ้นมากกว่าปกติ หรือบางรายอาจถึงขั้นมีอาการปวดศีรษะเลยทีเดียว
ลักษณะดวงตาของคนเราโดยปกติแล้ว ขอบตาบนจะคลุมปิดตาดำลงมาไม่เกิน 1-2 มิลลิเมตร แต่ถ้าหากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถสังเกตจากระดับของขอบตาบนได้ดังนี้
  • หากขอบตาบน ปิดคลุมทับตาดำลงมาเกินกว่า 2 มิลลิเมตร อาจมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ระดับเริ่มต้น
  • หากขอบตาบน ปิดคลุมทับตาดำลงมาเกินกว่า 3 มิลลิเมตร อาจมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ระดับปานกลาง
  • หากขอบตาบน ปิดคลุมทับตาดำลงมาเกินกว่า 4 มิลลิเมตร อาจมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ระดับรุนแรง
เช็คก่อน กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่วนใหญ่มีอาการนี้
  • หนังตาตกแต่กำเนิด เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาแต่กำเนิด อาจเป็นเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ แต่มักมีอาการคงที่ และอาจมีสายตาเอียง หรือตาขี้เกียจร่วมด้วย
  • ลืมตาไม่ขึ้น ลืมตาได้ไม่เต็มที่
  • ติดการเลิกคิ้ว เพราะการมองเห็นที่ลดลง ทำให้เกิดภาวะติดการเลิกคิ้ว แหงนคอ หรือเอียงคอ
  • ขยี้ตาบ่อย จากอาการภูมิแพ้ หรือจากการล้างเครื่องสำอาง
  • ใส่คอนแทคเลนส์มานาน ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากกล้ามเนื้อตาถูกยืดออกเป็นเวลานาน
บางคนมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จึงแก้ปัญหาด้วยการทำตาสองชั้นทั่วไป โดยไม่มีการแก้ปัญหากล้ามเนื้อตา ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด เพราะหลังทำ นอกจากจะไม่ช่วยรักษาให้หายจากอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแล้ว ยังอาจเกิดผลเสียตามมาอีกมากมาย อย่างเช่น ทำให้ตาดูปรือมากขึ้น หรือทำให้ชั้นตาไม่เท่ากัน หรืออาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมาในภายหลังได้

คนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จึงควรเลือกวิธีแก้ไขให้ตรงจุด โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ เพิ่มระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตา (Levator Palpebrae Superioris) เพื่อให้กล้ามเนื้อในส่วนนี้ทำงานได้ดีขึ้น แก้ไขปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ตาปรือได้อย่างครอบคลุม

ติดตามบทความเกี่ยวกับการดูแลดวงตาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lovelyeyeclinic.com/
 
อ่านทั้งหมด

ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์

#1