ทำไมทำเด็กหลอดแก้วแล้วยังไม่ท้อง?

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  22 กุมภาพันธ์ 2021
เยี่ยมชม :  1,896    ถูกใจ :  0
IMG_9453 (1).jpg
โดย นพ.ชาญชัย ไชยเลิศ สูตินรีแพทย์และผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

ปัจจุบันปัญหาเรื่องการมีบุตรยากนั้นอาจพบมากขึ้น เนื่องด้วยวีถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น แต่งงานเมื่ออายุมากขึ้นรอให้พร้อมก่อนที่จะปล่อยให้มีบุตร ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นโอกาสที่จะมีบุตรก็ยากขึ้นเป็นลำดับ ร่วมกับโอกาสที่จะมีความผิดของโครโมโซมในตัวอ่อนก็มากขึ้นตาม

คู่สมรสกลุ่มที่มีบุตรยากก็มักจะหาแนวทางเพื่อทำให้ตัวเองมีบุตรเร็วขึ้น เช่น ทำเด็กหลอดแก้วกรณีที่มีข้อบ่งชี้ แต่อย่างไรก็ตามหลายคู่อาจจะสมหวัง แต่ก็มีบางคู่ที่ยังไม่สมหวังยังไม่ท้องทั้งๆ ที่ทำเด็กหลอดแก้วแล้วก็ตาม ซึ่งก็จะมีคำถามคาใจในคู่สมรสกลุ่มนี้ตามมา ว่าทำไมไม่ท้อง? ซึ่งถือว่าเป็นคำถามคาใจยอดฮิตของคู่สามีภรรยากลุ่มนี้

เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจจะส่งผลให้ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วแล้วมีความล้มเหลวในครั้งแรก จนทำให้ต้องทำเด็กหลอดแก้วครั้งที่สอง หรือล้มเลิกการที่จะมีบุตรไป ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความสำเร็จนั้นอาจแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆ 3ส่วน คือ ตัวคู่สมรสฝ่ายหญิง, ฝ่ายชาย และห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน

ปัจจัยที่เกี่ยวกับคู่สมรสฝ่ายหญิง
- อายุของฝ่ายหญิงที่เข้ารับการรักษาค่อนข้างมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
เพราะอายุของฝ่ายหญิงจะส่งผลต่อทั้งจำนวนและคุณภาพของไข่ โดยจำนวนและคุณภาพก็จะยิ่งลดน้อยลงถ้าอายุมากขึ้น รวมถึงโอกาสที่โครโมโซมผิดปกติก็จะเพิ่มขึ้นตาม จากการศึกษาพบว่าโอกาสที่โครโมโซมปกติในฝ่ายหญิงอายุ น้อยกว่า 30 ปีสูงถึงร้อยละ 66 แต่เมื่ออายุมากกว่า 43 โอกาสปกติมีเพียงร้อยละ 12 ปัจจุบันได้มีการพยายามศึกษาหาแนวทางเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในสตรีฝ่ายหญิงให้มากขึ้น โดยพยายามเพิ่มจำนวนไข่ที่เก็บแต่ละรอบให้มากขึ้น

- คุณภาพของมดลูก และ โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง ในการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูกนั้น เยื่อบุโพรงมดลูกมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการฝังตัว ซึ่งแม้ว่าเรามีตัวอ่อนที่มีคุณภาพค่อนข้างดีเยี่ยมแต่เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะสม การตั้งครรภ์ก็ไม่สามารถเกิดขึ้น

แพทย์ฺตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกเรียบร้อยแล้ว.jpg
- ปัญหาโรคต่อมไร้ท่อในฝ่ายหญิง โรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคของต่อมธัยรอยด์ ฮอร์โมนโปรแลคตินสูง โรคเบาหวาน หรือความอ้วนอาจส่งผลต่อความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วได้ ดังนั้นกรณีมีโรคประจำตัวต้องแจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษา หรือในกรณีที่น้ำหนักมากกว่าปกติ การลดน้ำหนักรวมถึงการออกกำลังกายสามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้

- ปัญหาโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเองในฝ่ายหญิง (Auto-immune disease) โรคกลุ่มนี้มักจะส่งผลต่อต้านการฝังตัวของตัวอ่อน โดยกลไกจะเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดในเส้นเลือดในโพรงมดลูกและเส้นเลือดที่มาเลี้ยงมดลูก โรคกลุ่มนี้มักจะพบในผู้ป่วยที่แท้งซ้ำซากซึ่งในกรณีนี้อาจต้องตรวจเลือดหาสาเหตุโรคกลุ่มนี่ก่อนการรักษา

ปัจจัยเกี่ยวกับคู่สมรสฝ่ายชาย
- การแตกหักของสารพันธุกรรมในส่วนหัวของอสุจิ (DNA fragmentation)

ตัวอสุจิที่มีการแตกหักของสารพันธุกรรม (DNA fragmentation) เราจะพบว่า ตัวอสุจิเหล่านี้เมื่อมีการปฎิสนธิกับไข่ (Oocyte) มักจะส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อน เช่น การพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต่ำกว่าปกติ (low blastocyst development rate), อัตราการตั้งครรภ์ต่ำและโอกาสแท้งสูง ดังนั้นเราจึงพยายามคัดแยกตัวอสุจิที่มีการแตกหักของสารพันธุกรรมออกไปเพื่อที่จะได้ตัวอสุจิที่สมบูรณ์

- ตัวอ่อนที่ได้จะมีคุณภาพดีหรือไม่นั้นอาจเกิดมาจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบและเตรียมไข่ หรือการผสมตัวอ่อนถ้าใช้เวลาที่ค่อนข้างนานมักจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและคุณภาพตัวอ่อนได้ ทำให้ตัวอ่อนพัฒนาการช้า หรือ พัฒนาการไม่สมบูรณ์ได้ ทำให้อัตราการตั้งครรภ์ลดลงได้ โดยห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนของศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลพญาไทศรีราชานั้นเราได้มีการควบคุมอากาศ และอุณหภูมิได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน เสมือนไข่และตัวอ่อนอยู่ในร่างกาย ซึ่งทำให้ตัวอ่อนที่เราได้มีคุณภาพด่อนข้างดีส่งผลอัตราการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้นได้

นอกจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างบนแล้วยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีก เช่น กระบวนการระหว่างย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก ซึ่งในฝ่ายหญิงบางคนอาจทำการย้ายค่อนข้างยากเช่นมีปากมดลูกตีบหรืองอทำให้การใส่สายย้ายตัวอ่อนค่อนข้างยาก และบางคนอาจใช้เครื่องมือช่วยดึงปากมดลูก ทำให้ส่งผลต่ออัตราการตั้งครรภ์ได้
 
อ่านทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด: 23 กุมภาพันธ์ 2021

แชร์

#1