ผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วแต่กำเนิด รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ผ่านเทคนิคสายสวน

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  19 กันยายน 2019
เยี่ยมชม :  1,142    ถูกใจ :  6
ภาพประกอบสกู๊ป 2.jpg
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ จัดงาน World Heart Day : BE A HEART HERO พร้อมเปิดตัวโครงการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter ASD Closure) ให้กับผู้ป่วย ซึ่งทางมูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยการกำกับดูแลของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

ดำเนินโครงการรักษาให้ผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิด ชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ซึ่งมีกายวิภาค หรือมีลักษณะรอยโรคที่เหมาะสม ตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา จำนวน 14 ราย ซึ่ง โรคนี้พบได้บ่อยตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนใหญ่จะมีอาการและมาพบแพทย์เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อาการใจสั่น เหนื่อยง่าย ยิ่งถ้าปล่อยไว้นานอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจล้มเหลวได้

ศ.(พิเศษ) นพ.ประดับ.jpg

นพ. ประดับ สุขุม
ที่ปรึกษา รพ.หัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ก่อตั้งขึ้นจากศูนย์หัวใจ ซึ่งเดิมเป็นศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางของโรงพยาบาลกรุงเทพมาก่อน แต่ด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคหัวใจ ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ จึงได้ก่อตั้ง “โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ” ในปีพ.ศ. 2548 เป็นโรงพยาบาลชั้นนำด้านโรคหัวใจของประเทศไทย ที่มีความพร้อมด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ บุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขา เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการให้บริการครบครันตั้งแต่ การป้องกันโรคหัวใจ การตรวจรักษา และ การฟื้นฟูส่งเสริมสมรรถภาพหัวใจของผู้ป่วยตามมาตรฐานสากล

เพื่อความพึงพอใจของผู้รับบริการ ดำเนินการจวบจนถึงปัจจุบันรวมเป็นระยะเวลา 14 ปี ให้การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจประมาณปีละ 100,000 ราย ทีมแพทย์มีประสบการณ์ในการผ่าตัดหัวใจประมาณ 300 รายต่อปีและทำหัตถการสวนหัวใจผู้ป่วยประมาณปีละ1,000 ราย ซึ่งในปีนี้ทางโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ร่วมกับ
มูลนิธิเวชดุสิตฯ เปิดตัว โครงการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายของการรักษาในครั้งนี้ เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้เอง รวมถึงต้องรอคอยการรักษาที่โรงพยาบาลอื่นเป็นระยะเวลานาน จำนวน 14 ราย

นพ.เกรียงไกร.jpg

นพ.เกรียงไกร เฮงรัศมี ผู้อำนวยการ รพ.หัวใจกรุงเทพ และในฐานะอายุรแพทย์โรคหัวใจ ชำนาญด้านหัตถการปฏิบัติรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า

โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (ASD : Atrial Septal Defect Secundum trype) เกิดจากการที่มีรูรั่วบริเวณผนังกั้นหัวใจห้องบน ส่งผลให้เลือดแดงไหลจากหัวใจห้องบนซ้ายไปห้องบนขวาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หัวใจมีโอกาสโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ในเด็กเล็กอาจจะไม่ปรากฏอาการ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น จะมีอาการหรือบางรายตรวจพบจากการตรวจเช็กสุขภาพด้านหัวใจ ซึ่งอายุรแพทย์หัวใจจะฟังได้ยินเสียงหัวใจที่ผิดปกติ ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการ
เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือบางรายมาด้วยอาการของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วชนิด Secundum type พบได้ประมาณ 75% ของผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วทั้งหมด

ในส่วนของการรักษาโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วชนิด
Secundum type (รอยรั่วตรงกลางผนัง) หากผู้ป่วยมีรูรั่วขนาดเล็กมาก มีโอกาสที่รูจะปิดได้เอง แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ซึ่งหากรูที่รั่วมีขนาดเล็กและไม่มีอาการหรือส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันอาจไม่ต้องทำการรักษาเพิ่มเติม แต่หากรูที่รั่วนั้นมีขนาดปานกลางตั้งแต่ 1 เซนติเมตรจนถึง 3 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งถือเป็นรูขนาดใหญ่ ต้องมาพบอายุรแพทย์โรคหัวใจเพื่อตรวจเช็กหัวใจโดยละเอียด

ภาพประกอบสกู๊ป 5.jpg
ในรายที่มีลักษณะรูรั่วที่เหมาะสม แพทย์สามารถทำการรักษาด้วย
เทคนิคสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter ASD Closure) โดยนำอุปกรณ์ที่เป็นโลหะ เข้าไปปิดรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจผ่านทางสายสวนหัวใจโดยนำเข้าทางหลอดเลือดดำที่ขาหนีบขา เมื่อถึงบริเวณรูรั่วอุปกรณ์จะถูกปล่อยไปวางยังตำแหน่งรูรั่วเพื่อปิดรูที่รั่ว หลังจากนั้นร่างกายจะค่อยๆ สร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาคลุมภายใน 3 - 6 เดือน

โดยอุปกรณ์ที่เลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของรูรั่วเป็นสำคัญ
วิธีนี้มีข้อดีคือ ลดความเสี่ยงและลดความเจ็บปวดจากการผ่าตัด ช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ประมาณ 48 ชั่วโมง ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว หลังทำการรักษาผู้ป่วยต้องเข้ารับการตรวจติดตามผลด้วยการตรวจเอคโคหัวใจ

หรือการตรวจหัวใจด้วย
เครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) เป็นระยะๆ ทุก 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี จากการติดตามผู้ป่วยหลังการรักษา แพทย์จะนัดติดตามอาการผู้ป่วยเป็นระยะๆ โดย การตรวจเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) เป็นระยะๆ ซึ่งผลการรักษาพบว่าเทคนิคสายสวนนี้สามารถปิดรูรั่วได้ สำเร็จประมาณ 98% และพบภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า 2%

การดูแลตัวเองของคนไข้หลังผ่าตัดคือ งดการยกของหนักประมาณ 1 เดือน งดออกกำลังกายหนักๆ ในช่วงระยะ 3 เดือนแรก รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดตามที่แพทย์สั่ง คุมกำเนิดเป็นเวลา 1 ปี สำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธ์ รวมถึงกินยาป้องกันการติดเชื้อ (Infective endocarditis prophylaxis) ในช่วง 6 เดือนแรก

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วด้วยเทคนิคสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่สามารถทำได้ทุกราย ขึ้นอยู่กับขนาด ลักษณะกายวิภาค และพยาธิสภาพของรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ถ้ารูที่รั่วมีขนาดมากกว่า 36 มิลลิเมตร หรือมีรูรั่วหลายรู ในรายที่มีโรคหัวใจอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว ก็ต้องพิจารณาร่วมกับศัลยแพทย์ทรวงอกเพื่อผ่าตัดรักษาต่อไป

การรักษาด้วยเทคนิคสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter ASD Closure) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับความชำนาญ ประสบการณ์ของทีมแพทย์หัวใจ และความพร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ และห้องปฏิบัติการณ์ตรวจสวนหัวใจเป็นสำคัญ เพื่อให้การผ่าตัดประสบผลสำเร็จและลดปัญหาแทรกซ้อนในการรักษา
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1