พิพิธภัณฑ์โชคชัย แหล่งตำนานคาวบอยเมืองไทย

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  10 กุมภาพันธ์ 2016
เยี่ยมชม :  3,434    ถูกใจ :  3
หากพูดถึงคาวบอยเมืองไทย ต้องนึกถึง “ดร.โชคชัย บูลกุล” ผู้บุกเบิกสร้างฟาร์มโชคชัย ที่ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ป่ารกทึบของอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ให้กลายมาเป็นฟาร์มโคนมขนาดใหญ่แบบครบวงจร บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ ซึ่งวันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักผู้สร้างตำนานคาวบอยเมืองไทยท่านนี้ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ผ่านการชม “พิพิธภัณฑ์โชคชัย”

01.jpg

02.jpg

เมื่อเข้ามาในบริเวณพิพิธภัณฑ์โชคชัย จุดแรกที่ต้องไปเยือนคือ “สวนสัตว์เผือก” ตื่นตา ตื่นใจกับบรรดาสัตว์เผือกสิริมงคลหลากหลายพันธุ์ที่หาชมได้ยาก ทั้ง ลิงเผือก จิงโจ้เผือก จระเข้เผือก แรคคูนเผือก สิงโตขาว เสือขาว สกั๊งค์ ต่อด้วย “เรือนไทยประยุกต์และห้องเบญจรงค์” สัมผัสมนต์เสน่ห์บ้านทรงไทย ชมศิลปะวัฒนธรรมการใช้ชีวิตตามวิถีไทย พร้อมนมัสการพระพิฆเนศวร ปางนวมหาราช มหาเทพแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

03.jpg

เสร็จแล้วเดินตรงไปที่ตึกพิพิธภัณฑ์ ชั้น 1 สถานที่แสดงรถยนต์ที่ดร.โชคชัย บูลกุล ชื่นชอบ ทั้ง Mercedes Benz 300 SL Gull Wing สะท้อนความหรูหราของสุดยอดยนตรกรรม, Jaguar สุดยอดสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ 12 สูบ, Cadillac สุดยอดยนตรกรรมคลาสสิก สไตล์อเมริกัน และอีกมากมาย

04.jpg

ต่อกันที่ชั้น 2 ซึ่งแบ่งเป็นโซนต่างๆ ทั้ง “ห้องเขาสัตว์” เป็นเขาสัตว์ที่ทำจากเรซิ่น มีรายละเอียดและรูปทรงเหมือนของจริงทุกประการ อาทิ “เขาสมัน” สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในประเทศไทย เป็นเขาที่แตกกิ่งมากถึง 32 กิ่ง จากปกติแตกกิ่งข้างละ 8 – 9 กิ่ง เป็นต้น ต่อด้วย “ห้องปืน” จัดแสดงปืนที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญกับดร.โชคชัย บูลกุล กว่า 400 กระบอก เช่น ปืนยาวคานเหวี่ยง ปืนกระบอกแรกในชีวิต, ปืนสั้นกระบอกแรกที่รักมากที่สุดและพกติดตัวมาตั้งแต่เมื่อครั้นบุกเบิกฟาร์มโชคชัย, ปืนยาวไรเฟิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก, ปืนไรเฟิลลำกล้องแฝด, ปืนสั้นลูกโม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก, ปืนไรเฟิล 4 กระบอก รุ่น Crown custom ซึ่งประกอบด้วยมือ และที่พานท้ายปืนมีการแกะสลักและใต้ตัวปืนมีแผ่นทองแกะสลักชื่อ ดร.โชคชัย บูลกุล เป็นต้น

05.jpg

เดินต่อมาที่ “ห้องกล้อง” การถ่ายภาพถือเป็นงานอดิเรกอีกอย่างที่ ดร.โชคชัย บูลกุลชื่นชอบ โดยกล้องที่นำมาจัดแสดงมีทั้ง กล้อง Canon V3 กล้องตัวแรกของดร.โชคชัย บูลกุล, กล้อง Linhof กล้องคุณภาพสูงที่ช่างภาพต่างใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง, กล้อง Hasselblad ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกการนำกล้องไปใช้บนอวกาศขององค์การนาซ่า เป็นต้น ปิดท้ายชั้นนี้ด้วย “ห้องคริสตัล” จัดแสดงคริสตัลล้ำค่ากว่า 500 ชุด จาก Swarovski เช่น คริสตัลรูปงูใหญ่ คริสตัลรูปม้าคู่ คริสตัลเพชรเม็ดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง 24 กิโลกรัม เป็นต้น

06.jpg

เปลี่ยนอารมณ์สักนิดที่ชั้น 3 ชมเรื่องราวประวัติชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และการก่อตั้งฟาร์มโชคชัยผ่านภาพถ่ายของดร.โชคชัย บูลกุล ตั้งแต่เยาว์วัยจวบจนปัจจุบัน สัมผัสประสบการณ์และบรรยากาศจำลองการใช้ชีวิตท่ามกลางความยากลำบากในยุคบุกเบิกฟาร์มในปี พ.ศ. 2500 กระต๊อบที่พักหลังแรก คอกวัว 8 ตัว และล็อคเคบิน รวมถึง เจ้ากลางดง ม้าคู่ใจของดร.โชคชัย บูลกุล ที่เสียชีวิตและถูกสต๊าฟเก็บไว้

07.jpg

มุ่งหน้าตรงมาที่ชั้น 4 กันต่อ เริ่มจากสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลมีทั้ง พระพุทธรูปในสมัยต่างๆ พระโพธิสัตว์กวนอิม พระสังกัจจายน์ องค์จตุคามรามเทพ รูปหล่อโลหะรัชกาลที่ 5 กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และนักษัตร 12 ราศี พร้อมตื่นตากับเรือหยกแกะสลักลำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงชมโมเดลรถกว่า 800 คัน และอื่นๆ อีกมากมาย

08.jpg

ปิดท้ายการชมพิพิธภัณฑ์โชคชัยที่ชั้น 5 ด้วยการย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศจำลองความอลังการของป่าดงดิบ “ดงพญาไฟ” ในช่วงปี พ.ศ. 2499 ใกล้ชิดธรรมชาติ สัมผัสความสดชื่นของละอองน้ำจากน้ำตกเหวสุวัต พร้อมชมบรรดาสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิด ที่มีอยู่ในอดีตและหาชมได้ยากในปัจจุบัน

จากความมุ่งมั่นและความฝันในวัยเยาว์ที่ดร.โชคชัย บูลกุล กล่าวไว้ว่า “ผมฝันอยากเป็นคาวบอยมาตั้งแต่เด็กๆ” ทำให้กลายมาเป็นตำนานคาวบอยของประเทศไทย ไปสัมผัสบรรยากาศความสำเร็จเหล่านั้นได้ที่ “พิพิธภัณฑ์โชคชัย” ตั้งอยู่ที่ริมถนนวิภาวดี – รังสิต ฝั่งขาเข้า เปิดให้เข้าชมวันอังคาร – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท สำหรับเด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าชมฟรี ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-532-2846 ต่อ 1903, 02-998-9346 หรือ www.chokchaimuseum.com

เรียบเรียงโดย กระเป๋าเดินทางสีรุ้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.chokchaimuseum.com, ภาพจาก taleewpeii.blogspot.com, tinyzone.tv
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1