"พีทเลือดบวก" อ้าง "พญ.นิตยา-ศูนย์วิจัยโรคเอดส์" หนุนเซ็กส์สดได้

แชร์หน้านี้

Nipapun Web Hunsa
  4 กุมภาพันธ์ 2020
เยี่ยมชม :  985    ถูกใจ :  11
83844652_664595474279464_5442521483056250880_o.jpg

กลายเป็นประเด็นดราม่า เมื่อมีการนำ "พีท คนเลือดบวก" ออกรายการคู่กับ หมอหญิง และพูดในทำนองว่า มีsex
ไม่จำเป็นต้องสวมถุงยาง เพราะจะไม่ติดเชื้อแน่นอน

โดยหมอหญิงคนดังกล่าวคือ พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้าหน่วยพรีเวนชั่น ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

ได้ให้สัมภาษณ์สนับสนุนเกี่ยวกับประเด็นของ พีท คนเลือดบวก ที่เปิดคอร์สมีเซ็กส์สดปลอดภัยแบบไม่สวมถุงยาง U=U
โดยยืนยันว่าข้อมูลถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องสวมถุงยาง เพราะจะไม่ติดเชื้อแน่นอน

1p.jpg
2p.jpg

3p.jpg

--------------------------------------------------------------------------------
5p.jpg


ในขณะที่
แพทย์สภาได้เผยถึง U=U ว่า ผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV กินยาต้านไวรัส และกินยาต่อเนื่องตรงเวลา จนระดับไวรัสต่ำ จะไม่แพร่กระจายเชื้อ HIV ทางเพศสัมพันธ์ ถึงแม้ว่า U=U และการใช้แพร็พจะช่วยป้องกันการติดต่อเชื้อ HIV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงโดยไม่ป้องกัน ก็อาจจะทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ และยังมีโอกาสติดเชื้อ HIV ดื้อยาได้ แนะนำให้ใช้ถุงยางร่วมกับแพร็พด้วย

--------------------------------------------------------------------------------

ทั้งนี้เพจที่มีแอดมินฯ เป็นบุคลากรทางการแพทย์หลายๆ เพจก็ไม่เห็นด้วยกับการมีเซ็กส์สด ซึ่งก็มีเพจ
Drama-addict ที่ได้อ้างอิงผลการศึกษา และผลการวิจัย แล้วตั้งข้อสังเกตการมีเพศสัมพันธ์ ดังนี้


งานวิจัยนี้ Partner1 เป็นการสำรวจในกลุ่มคู่สามีภรรยาที่มีเพศสัมพันธ์กันตามปกติโดยใช้ถุงยางมั่ง ไม่ใช้ถุงยางมั่ง โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นกลุ่มที่กินยาต้านสม่ำเสมอ จนตรวจหาระดับไวรัสในเลือดไม่เจอ แล้วมาตรวจกันตอนหลังว่ามีการติดเชื้อเพิ่มเติมมั้ย ส่วน Partner2 อันนี้เน้นเฉพาะคู่เพศเดียวกัน

งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 700 กว่าคู่ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่เขาไปเก็บข้อมูลก็จะเป็นกลุ่มที่มีคู่นอนคนเดียว ผลออกมาปรากฏว่า มีเคสที่ติดเชื้อรายใหม่ 15 คน นักวิจัยก็เอาไวรัสที่ตรวจเจอในเคสรายใหม่ ไปตรวจยีนซ้ำว่าเป็นไวรัสที่ได้รับจากคู่นอนหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่ใช่ ดังนั้นพวกนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่มีคู่นอนหลายคน จนไปติดเชื้อมา จนเป็นข้อสรุปของงานวิจัยว่า ถ้าคู่นอนที่ติดเชื้อกินยาต้านสม่ำเสมอ จนกดไวรัสถึงระดับที่ตรวจไม่เจอ มันลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ แต่ก่อนจะเอางานวิจัยนี้ไปตีความเข้าข้างตัวเองอะไรยังไง ต้องดูบริบทของงานวิจัย

1. เน้นในกลุ่มที่ผัวเดียวเมียเดียว ไม่ใช่กลุ่มที่ค้าบริการทางเพศ หรือคู่นอนมากมาย แบบนั้นเสี่ยงแน่นอน

2. การกินยาต้านสม่ำเสมอ ทำได้จริงแบบเป๊ะ ๆ มั้ย ต้องกินยาทุกวัน ตรงเวลาสม่ำเสมอ

คืองานวิจัยตัวนี้คนเขาอ่านแล้วอัปเดตตามกันเยอะ ไม่ใช่ว่าหมอพยาบาลไม่อ่านงานวิจัยอันนี้แล้วไม่อัปเดต แต่อย่าลืมว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมากกว่า HIV อย่างในงานวิจัย Partner2 นี้ ก็ยังมีคนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตั้ง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทั้งหนองใน ซิฟิลิส ดังนั้นจะยังไงก็ต้องใส่ถุงยาง U=U และที่สำคัญกรณีคุณต้องผัวเดียวเมียเดียว ไม่ใช่เป็นคนขายบริการ หรือวันไนท์สแตนด์ หรือมีคู่นอนหลายคน แล้วคิดว่าชั้นกินยาต้านแล้วจะไม่ใส่ถุงอะไรยังไงก็ได้

4p.jpg

--------------------------------------------------------------------------------

และล่าสุด "พีท เลือดบวก" ก็โพสต์ใน FB อีกครั้ง โดยมีข้อความว่า

วันนี้ 12.20น. #พีทคนเลือดบวก ได้รับเชิญสัมภาษณ์จากรายการ #โหนกระแส ช่อง 3 !

และได้รับเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิตอีกเช่นเดียวกันที่ได้ร่วมสัมภาษณ์ในรายการร่วมกับ พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้าหน่วยงานป้องกัน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย !

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ! #ติดตามในรายการครับ

"สิ่งที่ถูกใจอาจจะไม่ถูกต้อง และสิ่งที่ถูกต้องอาจจะไม่ถูกใจ" ...

#ชาวเน็ต รบกวนนะครับ ให้ความเคารพกับบุคคลากรทางการแพทย์หรือคุณหมอ ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยตรง !!

ซึ่งคุณจะหาใครที่รู้ลึกรู้จริงกว่านี้ในประเทศนี้ไม่ได้แล้ว !!
หรือถ้าจะหาให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ก็อาจจะไประดับโลก แต่ก็จะกลับมาที่เมืองไทย เพราะเมืองไทยเป็นประเทศแรกๆ เป็นประเทศต้นแบบในการให้บริการสาธารณสุขด้าน HIV ที่ดีที่สุดในอันดับต้นๆ ของโลก !!

ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศที่ประกาศยุติปัญหาการส่งต่อเชื้อจากแม่สู่ลูกได้เป็นประเทศที่ 2 ในโลก และเป็นประเทศแรกในเอเชีย !

ถามว่าใครละครับ ที่คอยทำ คอยผลักดัน คอยคิดค้นอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าการให้บริการทางฝั่งการรักษา(Treatment) หรือการให้บริการทางฝั่งงานป้องกัน(Prevention)

จริงๆ หน่วยงานด้านการรักษา(Treatment) ในศูนย์วิจัยโรคเอดส์นี่ ไม่มีด้วยซ้ำนะครับ แต่มีหน่วยงานป้องกัน(Prevention) ซึ่ง U=U มาเป็น 1 ในเครื่องมือในการป้องกัน เรียกว่า "Treatment as Prevention" ก็อาจะเรียกได้ว่า เป็นงานภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานป้องกันได้เหมือนกัน

ซึ่งเมื่อวาน คนที่เป็นกำลังหลักในการทำงาน คือ ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ผู้บริหารสูงสุดในองค์กรด้าน HIV ในประเทศไทยแล้ว คุณคนนอกอาจจะยังไม่รู้ว่าท่าน เก่งกาจสามารถแค่ไหน แต่คนในวงการ HIV ท่านคือ ปูชนียบุคคลที่สำคัญของไทยและของโลก ในวงการแพทย์และ HIV

ซึ่งตอนนี้ชาวเน๊ตกำลังลามปามท่านไปอีก !! .. ท่านไม่ใช่หมอธรรมดา หมอ no name อย่างที่คุณคิด แนะนำให้ศึกษาประวัติของท่าน แล้วคุณจะอ้าปากค้าง !!

และระบบริการ PrEP ไม่ว่าจะของ คลินิคนิรนาม NGOs และการให้บริการ PrEP ในสถานบริการรัฐ หรือแม้กระทั่งโครงการ Same Day ART เป็นระบบบริการ HIV ที่เมื่อ คนมารับบริการ HIV มาตรวจเลือดจะทราบผลใน 1 ชม. (Same Hour) และผลออกมาเป็นบวก จะได้รับยาต้านไวรัสทันทีในวันนั้น ทันที !! (ปกติจะภายใน 7 วัน เรียก Rapid ART)

โครงการพวกนี้ อยู่ภายใต้ความดูแลของคุณหมออีกท่านนึงที่จะร่วมออกรายการกับผมในวันนี้ ท่านก็คือ พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้าหน่วยงานป้องกัน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และทีมงานในศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย !

อยากให้ทุกท่านเปิดในกว้าง และเรียนรู้ มองไปให้ไกลกว่า แค่เรื่อ sex อย่างที่คุณคิด !!

ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า HIV เกี่ยวข้องกับเรื่อง Sex ก็ส่วนใหญ่ของการติดต่อ HIV คือ การมีสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน(No PrEP,No Condom) เนื่องมาจากขาดองค์ความเรื่องเพศ, สุขภาวะทางเพศ (Sex Education)

อย่าปฏิเสธเลยครับว่า Sex และกาม เป็นสิ่งคู่กันของมนุษย์ !

ผมส่งเสริมความรู้ครับ ผมไม่ได้หมกมุ่น !!!

คุณเคยตั้งคำถามว่า..
คนเลือดบวก กับ พยาบาล คุณจะเชื่อใคร ?

งั้นผมจะตั้งคำถามกับคุณทุกคนว่า..
พยาบาล กับ แพทย์ คุณเชื่อใคร?
แพทย์ทั่วไป กับ แพทย์เฉพาะทาง(อายุแพทย์ติดเชื้อ) คุณเชื่อใคร?
แพทย์เฉพาะทางติดเชื้อ ในหน่วยงานที่เฉพาะทางของการติดเชื้อลงไปอีกหละ คุณเชื่อใคร?

และแน่นอนว่า ผมเชื่อ #ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ผมเชื่อในบุคคลากรในองค์กรนี้ ..

ผมทำงานร่วมกับท่านมา ผมรู้ว่า ว่าท่านน่าเคารพ น่านับถือ น่ายกย่องมากแค่ไหน ไม่ใช่เพราะตำแหน่ง แต่เพราะคุณงามความดี หรือ คุณประโยชน์ที่ท่านได้ทำงานหนัก เพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อรักษาชีวิตคน ตั้งแต่ยุคแรกของการอุบัติขึ้นของ HIV จนตอนนี้

#พีทคนเลือดบวก
#เรียนน้องพยาบาล การขอโทษด้วยการมะร๊องก๊องแก๊งอะไรนั่น ตลกดีนะครับ สำหรับพี่ พี่คิดว่านั่นจะไม่น่าใช่คำขอโทษตามที่พี่คิดไว้ และพี่ตีความว่านั่นไม่ใช่คำขอโทษ และพี่ไม่รู้จะหาใครที่เก่งกาจกว่า อ.ประพันธ์ มาบอกน้องแล้วครับ ว่าอะไรคือถูก !


--------------------------------------------------------------------------------

อย่างไรก็ดี ขณะนี้เกิดกระแสเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โจมตีกันทางโซเชี่ยลไปมา

ทีมข่าว หรรษา ดอท คอม รายงาน
 
อ่านทั้งหมด

ไฟล์ที่แนบมา:

  • 04_2.jpg
    04_2.jpg
    ขนาดไฟล์:
    372.3 KB
    เยี่ยมชม:
    87
  • 01_2.jpg
    01_2.jpg
    ขนาดไฟล์:
    233.9 KB
    เยี่ยมชม:
    134
  • 02_3.jpg
    02_3.jpg
    ขนาดไฟล์:
    234.1 KB
    เยี่ยมชม:
    102
  • 03_3.jpg
    03_3.jpg
    ขนาดไฟล์:
    333.2 KB
    เยี่ยมชม:
    114

แชร์

#1