"พีท คนเลือดบวก" ลั่น! หยุดไม่ได้ก็ต้องเเพร่เชื้อ เผยเป็นครบ หนองใน-ซิฟิลิส-HIV

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  6 กุมภาพันธ์ 2020
เยี่ยมชม :  994    ถูกใจ :  10
1.jpg

เป็นข่าวดังขึ้นมาสำหรับ "พีท คนเลือดบวก" ที่ออกมาทวิตข้อความเปิดคอร์สสอนการมีเพศสัมพันธ์เเบบไร้ถุงยางโดยเจ้าตัว เป็นผู้ตัวเชื้อ HIV ที่ทำการรักษาอยู่ ทวิตเปิดคอร์สสอนของ "พีท" ทำให้เกิดกระเเสเเละมีพยาบาลสาวเเชร์โพสต์เเละวิจารณ์ต่อว่าอย่างรุนเเรง "พีท" จึงไปเเจ้งความดำเนินคดีเป็นเรื่องราวใหญ่โต

ประเด็นเกิดอะไรขึ้น ?

พีท : จริง ๆ เป็นข้อมูล เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้อยู่แล้ว ทฤษฎี U=U คือคนที่มีเอชไอวี รับยาต้านแล้ว อย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี รักษาอย่างดี กินยาตรงเวลาต่อเนื่องตลอดไป ก็ไม่สามารถส่งต่อเอชไอวีให้กับพาร์ตเนอร์เขาได้

เป็นมานานหรือยัง ?

พีท : เป็นมา 4 ปี ผมเป็น LGBT

7.jpg

พีทเป็นก็ไปศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้น ?

พีท : ตอนรู้ผลเลือดด้วยความบังเอิญ ใช้เวลา 3 ปีนั้น อยู่บนความดำมืดของความไม่รู้ ความไม่เข้าใจว่ากินยาไปเพื่ออะไร แต่ตอนนั้นกินยาเพื่อที่จะอยู่กับแฟน และคิดว่าเรากินยายังไงเราก็ต้องตาย จนผมรู้สึกว่าไม่รู้แหละ ใครจะมองผมยังไง แต่ผมอยากใช้ชีวิตของผมอย่างมีความสุข

ผมยอมรับตัวเองได้ คนอื่นจะยอมรับผมยังไงก็เรื่องของเขา ผมก็เลยเลือกที่จะเปิดเผยบนเฟซบุ๊ก แล้วกลายเป็นว่าคนก็ให้กำลังใจ พี่ ๆ ก็ตามหาตัวเชิญมาสัมภาษณ์ ผมก็ได้ไปรู้ข้อมูลหนึ่ง มันมีทฤษฎี U=U (Undetectable = Untransmittable) คือคนเลือกบวกที่ได้รับยาต้านไวรัสแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี กินยาตรงเวลา และกินยาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ คนเลือดบวกคนนั้นจะไม่สามารถส่งเลือดบวกให้คู่ของเขาได้

ถ้ากินยาต้านเอชไอวีตัวนี้ 6 เดือน ถึง 1 ปี คุณสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ โดยที่เชื้อไม่ไปติดคนอื่น เหมือนคุณคนปกติงี้เหรอ ?

พีท : ใช่ครับ เพราะ WHO หรือองค์กรระดับโลก หรือองค์กรยูเอ็น เอดส์ ก็สื่อสารว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อแล้ว กดไวรัสลงได้แล้วเนี่ย จะไม่สามารถส่งต่อเอชไอวีให้กับคนอื่นได้ ความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์เป็นศูนย์ สำหรับเอชไอวี

6.jpg

การที่อยู่ดี ๆ ในมุมที่คุณเป็น คุณอาจมีแฟนอยู่ ทำไมไม่ใช้ในมุมคุณเอง คุณออกมาประกาศว่าจะเปิดคอร์สสอนคนเป็นเอชไอวี แล้วก็มีเพศสัมพันธ์สด ๆ โดยไม่สวมถุงยาง ทำเพื่ออะไร ?


พีท : จริง ๆ ผมพูดทั้งฝั่งคนเลือดลบและคนเลือดบวกด้วยนะครับ ฝั่งคนเลือดลบ เขาจะมีเครื่องมือในการป้องกัน คือยา Prep คือยาป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ ซึ่งมันสามารถป้องกันเอชไอวีได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งคนกลุ่มนี้เขาจะใช้ถุงยางร่วมด้วย หรือไม่ใช้ก็ตาม เป็นด่านแรก

เอาง่าย ๆ คุณไปยุ่งกับเขาทำไม ในเมื่อคุณมีความคิดแบบนี้ จำเป็นต้องเปิดคอร์สสอนด้วยเหรอ ?

พีท : จริง ๆ ควรเป็นอย่างนั้น

สมมติคุณบอก U=U กินยาต้านไวรัส อาจไม่มีการส่งต่อเชื้อ แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกายของคุณ ถ้าวันนี้คุณมีเพศสัมพันธ์ไม่สวมถุงยางอนามัย เริม หรือพวกตับอักเสบ หนองใน ซิฟิลิส โรคอื่น ๆ อีกเยอะแยะที่มันมาจากทางเพศสัมพันธ์ได้ ไม่กลัวจะไปกระตุ้นเชื้อเอชไอวีเหรอ ?

พีท : ผมเคยเป็นหนองใน และซิฟิลิสมาแล้ว เป็นทั้งที่เป็นนักรณรงค์ เป็นเพื่อให้รู้ว่ามันต้องรักษายังไง ข้อมูลอะไรที่เราต้องรู้

2.jpg

ในฐานะเป็นนักไวรัสวิทยา ศึกษามานักต่อนัก ทฤษฎีแบบนี้ มองยังไง ?

ดร. นพ.ปกรัฐ : สิ่งที่คุณพีทพูด มันถูกต้อง แต่คนไหนไม่มีเชื้อแล้วจะไม่สามารถส่งต่อให้คนอื่นได้ นี่เป็นความรู้ในสากลว่าเป็นความจริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในการศึกษาวิจัย ทุกคนถูกคอนโทรลควบคุมหมดเลย ต้องกินยาจนเชื้อไม่มี จึงไม่สามารถส่งผ่านเชื้อได้

ตรงนั้นออกมารณรงค์กันได้ แต่คนละเรื่องที่คุณไปชวนคนมาเข้าคอร์ส มีเพศสัมพันธ์กันแบบสด ๆ ไม่ใส่ถุงยาง ?

พีท : พี่กรรชัยยอมรับไหมล่ะครับว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มคนที่เป็นปัญหาสาธารณสุขอยู่ทุกวันนี้ คนที่มีรสนิยมไม่ใช้ถุงยาง พี่เชื่อว่ากลุ่มคนนี้มีตัวตนอยู่ไหมในสังคม คนกลุ่มนี้ไม่ใช้ ให้ตายยังไงก็ไม่ใช้ เหมือนผมบอกว่าผมมีรสนิยมไม่ใช้ถุงยาง ผมอยากรักษาทุกโรค แต่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย คำถามคือ ถ้าคุณหมอบอกว่าใช้ถุงยางอย่างเดียว ผมมีเครื่องมืออื่นในการป้องกันผมหรือเปล่า
คุณจะพูดถึงรสนิยมคนไม่ชอบถุงยางอนามัย แต่ไม่ใช่ว่าจะไปชวนคนอื่นให้ไปเหมือนคุณ มันทำได้เหรอ ?

พีท : เรื่องรสนิยมแบบนี้ ใครจะไปเปิดเผยกันล่ะ ผมก็ต้องหว่านแหไหม

แต่แบบนี้อาจไปชี้แนะสังคม เพราะสังคมบอกว่าใช้เถอะ มันมีเรื่องโรคต่าง ๆ ตามมา ?

พีท : ถูกครับ ผมไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้นะครับ ผมพูดหมด แต่ภายใต้คำแคปชั่นออกมา ต้องดูว่ารายละเอียดที่ผมพูดออกมา ผมตอบคำถามที่คุณหมอพูดไว้หมดแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าสังคมไปอ่านหรือเปล่า แค่นั้นเอง

8.jpg

ดูย้อนแย้ง ?

พีท : อยู่ที่ว่าเราตีความยังไงกับคำว่าเซ็กส์สด สำหรับผม ผมว่าเซ็กส์สดคือเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเกิดมาจากการมีเซ็กส์สด ถูกไหมครับ

ปัจจุบันคนตายเพราะปัญหาโรคต่าง ๆ ที่ไม่ใช้ถุงยางเยอะไหม ?

ดร. นพ.ปกรัฐ : คนตายจากนี้คงไม่เยอะ แต่มีความพิการเกิดขึ้นด้วย ทำไมคนใช้ถุงยางเพื่อป้องกันโรค เพราะมีคนจำนวนหนึ่งเลยคิดแบบคุณพีท เขากลัวเอชไอวี แต่ไม่กลัวโรคอื่นเลย เป็นดาบสองคมมาก เขาต้องป้องกันตัวเองด้วยนะครับ ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ซึ่งมีเชื้อดื้อยา ตามทฤษฎีนี้ก็มีโอกาสแพร่ให้คนอื่นด้วย
พีท : จริง ๆ ซิฟิลิสขึ้นสมองถ้ารู้เร็วก็รักษาเร็ว ทำไมเรารอให้คนป่วยก่อนเข้ารับบริการ ทุกคนควรได้รับการตรวจหาช่วยทันที ผมพูดกับกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง การทำงานที่สื่อสารทุกวันนี้ เข้าไม่ถึงคนกลุ่มนี้เลย คนกลุ่มนี้ไม่อิมแพ็คกับการสื่อสารของกระทรวงสาธารณสุขตอนนี้เลย เรื่องการใช้ถุงยาง คนกลุ่มนี้ไม่พร้อมปฏิบัติตาม คนกลุ่มนี้เขาแฝงตัวอยู่ในสังคม เขาไม่ปรากฏตัวให้คุณเห็นหรอกครับ พูดเลย

คุณเชิญชวนต้องการคนกลุ่มนี้เหรอ ?

พีท : ต้องการให้ข้อมูลนี้ส่งไปถึงกลุ่มเขา

9.jpg

จะบอกว่ามีคนกลุ่มหนึ่งชอบเซ็กส์สด เขาพยายามจะสอนว่า ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ไม่สวมถุงยาง ต้องมีวิธีการยังไงบ้าง ?

พีท : ใช่ครับ ส่วนคนจะใช้ถุงยาง ยังไงเขาก็ใช้ ดูจากกระแสสังคมก็รู้ คนไม่ใช้ก็คือไม่ใช้

ดร. นพ.ปกรัฐ : ผมมองต่างมุมมากว่าทัศนคติแบบนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งนะ คุณพีทมีโอกาสอันดี อยู่ในกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ไม่มีใครเข้าถึง คุณพีทน่าจะช่วยเรา องค์การสาธารณสุข ในการโน้มน้าวให้คนใช้ถุงยาง เพราะมันมีโรคมากมาย เช่น โรคติดเชื้อไวรัสบางอย่างที่ทำให้เป็นมะเร็งทางทวารหนักได้ ผมไม่ทราบว่ากลุ่มที่คุณพีทพูดถึงเขารับรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าการไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือไปสอนเขาว่าไม่ใช้ถุงยางอนามัยดีแล้ว มันเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ถูกต้องให้สังคม

พีท : อาจารย์น่าจะเข้าใจพอยต์เรื่องส่งเสริมการใช้ถุงยาง แต่พอยต์ของผมคือการใช้ร่วมกันให้ดีที่สุด แต่ถ้าใช้ไม่ได้จริง ๆ หยิบอะไรได้ก็หยิบ นั่นคือพอยต์ของผม

ตอนนี้คนที่เขาดูรายการ ประชาชนส่วนใหญ่ด่าคุณเละเลย เขาว่าตรรกะคุณวิบัติ ?

พีท : การที่เราจะมองอะไรคือตรรกะวิบัติ เราต้องรู้ว่าอะไรคือตรรกะถูกก่อน การที่เขามาด่าผมว่าตรรกะวิบัติแบบนั้นมันถูกใช่ไหม

12.jpg

คุณถูกคนด่าเยอะมาก คุณโกรธ คุณออกมาโพสต์ว่าเดี๋ยวจะเปลี่ยนจากเกย์ไปปล่อยเชื้อให้ผู้หญิง เพื่อ ?


พีท : ผมรังเกียจคนแบบนี้ ต้องดูด้วยว่าคอมเมนต์ที่ผมพูด ผมพูดภายใต้คอมเมนต์อะไร ไม่ใช่เหมาผู้หญิงทุกคน ผมคอมเมนต์ด่าผู้หญิงคนนั้นแหละ ไม่ใช่พยาบาล ที่เขามาด่าผมว่าเป็นเกย์ กะเทย มั่ว *** สำส่อน

ก็เลยแค้น ?

พีท : ก็เลยรู้สึกว่าคุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินเขา ก็เลยบอกว่าก็ระวังให้ดีนะ วันหนึ่งจะเปลี่ยนรสนิยมไปชอบผู้หญิงก็ได้ ผมพูดเลยว่าวันหนึ่งอาจเปลี่ยนไปชอบผู้หญิงก็ได้ จะได้รับเชื้ออย่างเท่าเทียมกัน ถามว่าสิ่งที่ผมพูด ต้องดูว่าบริบทที่เขาพูดกับผมเป็นอะไร ถ้าเป็นคนหนุ่ม คุณก็รับไม่ได้หรอกครับ

อันนี้คนจะว่าคุณบ้าหรือเปล่า ?

พีท : ถ้าระยะยาวไม่ยุติปัญหาเอดส์ภายใน 10 ปี ทุกวันนี้ผมยังมองไม่เห็นแนวทางเลย การยุติมีอยู่ 2 ทางครับ ถ้าไม่กำราบไปเลย ก็ให้ทุกคนติดไปเลย มันอาจต้องใช้วิชั่นเยอะหน่อย เพราะผมก็เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นไหม แต่วิธีการคิดแบบนี้มีคนทำอยู่จริง

แทนที่คุณจะช่วยกันรณรงค์ มองยังไง ?

ทนายรณณรงค์ : ถ้าวันนั้นมีการใช้ถุงยางอนามัย คนติดเชื้ออาจไม่ติดก็ได้ วันนี้ก็ไม่ต้องมานั่งโหนกระแส ถ้ามองย้อนกลับไปนะครับ มันแปลกตรงไหนที่จะใช้ถุงยางอนามัยป้องกันโรค แต่การไม่ใช้ถุงยางอนามัยนี่สิมันแปลก แต่ถามว่าในคดีเมืองไทยมีนะ ฟ้องร้องติดเชื้อ คือข่มขืนโดยไม่ยินยอมแล้วติดเชื้อ แต่ถ้ายินยอม ติดเชื้อมาฟ้องร้องไม่ได้นะ

11.jpg

ตกลงคุณมีความคิดแบบนี้เหรอ ทั้งที่หลายคนมองว่าไม่ถูกแล้ว ?

พีท : ผมแค่อยากสะท้อนให้เขาเห็นว่าความโกรธแค้นของคนเลือดบวกที่คนเลือดลบกระทำ ดูถูกเหยียดหยาม

ไม่มีคนไปดูถูกเหยียดหยาม ?

พีท : พี่หนุ่มรู้ได้ยังไงครับว่าไม่มีคนดูถูกเหยียดหยาม เพราะผมรู้ว่าทุกวันนี้มีคนเลือดบวกโดนเหยียดหยาม โดนไล่ออกจากการทำงาน โดนด่า โดนไล่ขับจากหมู่บ้าน โดนทิ้งให้ตาย

ดร. นพ.ปกรัฐ : ถ้ามีคนดูถูกเหยียดหยาม เราต้องช่วยกันรณรงค์ไม่ให้เพิ่มจำนวน ถูกไหม

พีท : เราควรรณรงค์ให้คนเลือดลบเคารพในความเป็นคนครับ

ทนายรณณรงค์ : แล้ววิธีที่พีททำ คิดว่าจะทำให้คนรังเกียจพีทมากขึ้นกว่าเดิมไหม ปรากฏว่าคนที่เขาไม่ได้ติดเชื้อแล้ว เขาบอกว่าไม่ชอบวิธีการแสดงออกแบบนี้ แล้วมันจะเดินหน้ารณรงค์ยังไง วิธีคิดเอ็นจีโอทั่วไปเลยนะ ต้องมีการสอน

พีท : ด้วยความเคารพ ผมพูดในฐานะคนธรรมดา ทำไมคนหนึ่งคนลุกขึ้นมาทำแบบนี้ ทำไมสั่นคลอนกันทั้งระบบแบบนี้

เขาไม่ได้สั่นคลอน เพราะโครงสร้างสังคมมันเปลี่ยน สั่นคลอนเพราะเขาด่าคุณว่าสิ่งที่คุณทำไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเผยแพร่เชื้อออกไป ?

พีท : ต้องถามพี่หนุ่มว่าพี่หนุ่มมองกระแสสังคมส่วนใหญ่ถูกหรือผิด ผมไม่เชื่อว่ากระแสสังคมถูกต้องเสมอไป

13.jpg

ถ้าผมพูดในฐานะพ่อของลูก สิ่งที่คุณพูดไม่ถูกต้อง ผมห่วงลูก ห่วงเด็กที่ต้องโตขึ้นมาแล้วมีความคิดแบบคุณที่ว่า อยากปล่อยเชื้อ หรือไปบอกว่ามีเพศสัมพันธ์ได้ไม่ติดโรค ?

พีท : ถ้าผมคือลูกของพี่หนุ่ม พี่หนุ่มจะรับมือยังไง

คงยากถ้ามีลูกแบบคุณ ?

พีท : ก็ใช่ไงครับ

ดร. นพ.ปกรัฐ : ที่บอกว่าจะแพร่เชื้อออกไปให้คนติดเชื้อทั้งหมด ในโลกนี้ไม่มีอะไรดำสนิท ขาวบริสุทธิ์ มันมีสีเทา เพียงแต่เราต้องดึงสีเทาเข้ม ๆ ให้เป็นสีขาว นั่นคือหน้าที่พวกเรา ไม่ใช่เราจะไปพูดว่าเรามีเชื้อแล้วจะทำให้เหมือนเรา ไม่ใช่ครับ

พีท : ผมเชื่อว่าการออกแบบบริการสุขภาพให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคน นั่นคือทางแก้ปัญหาครับ.

ภาพจากรายการโหนกระเเส

ทีมงาน หรรษาดอทคอม รายงาน
 
อ่านทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด: 6 กุมภาพันธ์ 2020

แชร์

#1
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. G.Dragon
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    230
  2. G.Dragon
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    366
  3. sheetchula
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    5
  4. sheetchula
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    4
  5. Catty
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    216