ภาวะตาแห้ง ผลกระทบจากพฤติกรรมในยุคดิจิตอล

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. hunsa.team2

    hunsa.team2 ผู้ดูแล

    เข้าร่วม:
    26 มิถุนายน 2017
    ข้อความ:
    3,410
    ถูกใจ:
    7
    1.jpg

    ด้วยการใช้ชีวิตของคนไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 คงหลีกหนีไม่พ้นการใช้เทคโนโลยีในการตอบสนองต่อการชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ เกิดพฤติกรรมการเพ่งอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ส่งผลต่อความเมื่อยล้าของดวงตาและเกิดอาการตาแห้ง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่พบได้มากกว่าวัยอื่นๆ เนื่องจากต่อมน้ำตาสามารถสร้างน้ำตาได้ลดลงตามช่วงอายุ ซึ่งปัจจุบันไม่ว่าจะช่วงอายุใด ก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ทุกคน

    พญ.ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ จักษุแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า " สาเหตุของอาการตาแห้งมีหลายสาเหตุ อาทิ การอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่สาเหตุที่พบได้บ่อย คือ การเพ่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งการเพ่งนานๆ จะทำให้เรากระพริบตาน้อยลงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโดยปกติการกระพริบตาจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ 20-22 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อเราจดจ่ออยู่กับหน้าจอจะทำให้การกระพริบตาลดลงเหลือ 6-8 ครั้งต่อนาทีและทำให้ตาแห้ง เพราะขณะที่เรากระพริบตา ชั้นน้ำตาจะถูกกระจายเคลือบไปทั่วด้านหน้าของดวงตา เพื่อคงความชุ่มชื้นและหล่อลื่นดวงตาไว้ ซึ่งชั้นน้ำตาประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก และมีชั้นไขมันบางๆ ที่สร้างมาจากต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาเคลือบด้านหน้าไว้ ป้องกันไม่ให้น้ำตาระเหยเร็วเกินไป

    2.jpg

    แต่หากเกิดปัญหาที่ชั้นใดชั้นหนึ่งจะทำให้ชั้นน้ำตาไม่แข็งแรงและเกิดอาการตาแห้งตามมา สัญญาณเตือนบ่งบอกว่าเริ่มมีอาการตาแห้ง คือ เคืองที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างรู้สึกเหมือนมีฝุ่นผงในตา แสบตา คันตา หากเป็นมากจะเกิดอาการตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดรอบกระบอกตา มีอาการอ่อนล้าทางประสาทตาได้ มองภาพไม่ชัดเป็นๆ หายๆ หากสวม คอนแทคเลนส์จะยิ่งทำให้ไม่สบายตามากขึ้น " ทั้งนี้คุณหมอแนะนำว่าหากมีอาการตาแห้งสามารถบรรเทาได้ด้วยการหยอดน้ำตาเทียม ลดการเพ่งหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์โดยพักสายตาทุกๆ 20 นาที กระพริบตาให้บ่อยขึ้น ปรับแสงสว่างและขนาดตัวหนังสือให้เหมาะสมเพื่อให้สบายตามากที่สุด หากอาการไม่ดีขึ้นควรมาพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตา

    นอกจากนี้อาการตาแห้งอาจเกิดจากการมีภาวะต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันร่วมด้วย ซึ่งทำให้ไขมันเคลือบชั้นน้ำตาลดน้อยลง ชั้นน้ำตาระเหยง่ายและทำให้การหยอดน้ำตาเทียมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ซึ่งการทำความสะอาดเปลือกตา เพื่อลดการอุดตันของต่อมไขมันเป็นการรักษาตาแห้งชนิดที่มีภาวะต่อมไขมันอุดตันร่วมด้วย โดยปกติจะแนะนำให้ประคบอุ่นด้วยเจลสำหรับประคบตาหรือผ้าชุบน้ำอุ่น ประมาณ 40 องศา นาน 5-10 นาที จากนั้นจึงนวดเปลือกตา และเช็คทำความสะอาดเปลือกตาด้วยแชมพูเด็กหรือน้ำยาทำความสะอาดเปลือกตาโดยเฉพาะ โดยควรทำวันละ 2 ครั้งจนอาการดีขึ้น จากนั้นสามารถลดเหลือวันละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ การรักษาที่ดีที่สุดคือ การป้องกัน คนไข้ ควรปรับพฤติกรรมในเรื่องของการใช้สายตา คนที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือในการทำงานเป็นประจำ ก็ควรจัดสรรเวลา และมีการพักสายตาทุก 20-30 นาที นาน 20-30 วินาที ด้วยการทอดสายตามองออกไปไกลๆ หรือหลับตานิ่งๆ สักครู่ ก่อนกลับมาใช้งานหน้าจอต่อ รวมถึงการปรับความสว่างของหน้าจอไม่ให้สว่างจนเกินไป และกระพริบตาบ่อยๆ เพื่อป้องกันอาการตาแห้ง ซึ่งการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโยลีต่างๆ อย่างรู้เท่าทัน จะช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับดวงตาของเราได้
     
    แก้ไขล่าสุด: 15 สิงหาคม 2018
  2. harttd44

    harttd44 สมาชิก

    เข้าร่วม:
    7 ธันวาคม 2018
    ข้อความ:
    11
    ถูกใจ:
    0
    ขออนุญาติแชร์เนื้อหาที่ไปอ่านมาจากเว็บๆนึงนะคะ
    อาการภาวะตาแห้งมีวิธีการบรรเทาดังนี้ค่ะ

    เพิ่มกรดไขมันในอาหาร

    กรดไขมันโอเมก้า 3 ได้รับการพิสูจน์ว่า สามารถช่วยลดอาการตาแห้งโดยการลดการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะการอักเสบที่ตา ควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหาร ที่ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง
    ใช้ยารักษา
    · ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเป็นวิธีการที่ใช้ในการรักษาตาแห้งที่แพร่หลายมากที่สุด ผู้ป่วยสามารถหาซื้อยาตามร้านขายยาทั่วไป ยาเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการได้ โดยน้ำตาเทียมที่ใช้หยอดตามี 2 เเบบ คือ ในรูปเเบบขวด ซึ่งจะมีสารกันเสีย เหมาะสำหรับอาการตาเเห้งเล็กน้อย ใช้หยอดได้ได้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน ถ้าอาการตาเห้งมากขึ้น จะเเนะนำน้ำตาเทียมที่ไม่มีสารกันเสีย โดยจะบรรจุลงในหลอดเล็กๆ สามารถหยอดได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน เพราะไม่มีสารกันเสียมาทำร้ายผิวตา นอกจากนี้น้ำตาเทียมมีในรูปเเบบของเจลเเละขี้ผึ้ง เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางคืนขณะนอนหลับ ไม่เหมาะใช้ในเวลากลางวัน เพราะจะทำให้ตามัวได้
    ·
    การใช้ยาเพื่อรักษาการอักเสบที่เปลือกตา เมื่อเกิดการอักเสบเกิดขึ้นที่เปลือกตา จะทำให้ต่อมไขมันไม่สามารถหลั่งน้ำมันออกมาเป็นน้ำตาได้ ในกรณีนี้ แพทย์จะสั่งยาฆ่าเชื้อ เพื่อยับยั้งอาการอักเสบ เเละวิธีทำความสะอาดเปลือกตา เพื่อลดภาวะไขมันบริเวณต่อมเปลือกตาอุดตัน เพื่อลดอาการตาแห้งได้
    ·
    ยากระตุ้นน้ำตา เป็นยาที่ช่วยให้ต่อมน้ำตาผลิตน้ำตามากขึ้น ซึ่งเรียกว่ายาคอลิเนจิก (cholinergics) ซึ่งต้องใช้ในดุลพินิจของจักษุเเพทย์
    ·
    ใช้ยาหยอดตา เพื่อควบคุมการอักเสบที่กระจกตา ยาเหล่านี้เป็นยาที่แพทย์สั่ง ซึ่งมีส่วนผสมของตัวยาที่กดภูมิ เช่น ไซโคลสปอริน หรือคาร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นยาที่ช่วยจัดการอาการอักเสบบริเวณผิวตา ไม่ควรใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นเวลานาน เนื่องจากมีผลข้างเคียงได้ เช่น ต้อกระจกเเละต้อหิน
    ยัง

    ยังไงถ้าใครกำลังประสบภาวะนี้อยู่ ลองอ่านดูนะคะ