ย้อนอดีตนางเอกสุดแซ่บ! "กันตา ดานาว" ก่อนผันตัวเป็นพนักงานออฟฟิศ!

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  28 พฤศจิกายน 2019
เยี่ยมชม :  74    ถูกใจ :  10
2_1574777543.jpg

ถือเป็นอีกหนึ่งอดีตดาราสาวหน้าใส ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการบันเทิงอย่างมาก "วิกกี้ กันตา ดานาว" แต่กลับต้องหายหน้าหายตาออกจากวงการบันเทิงไปซะดื้อๆตั้ง 10 ปี และมีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวตั้งท้อง! โดยในวันนี้เธอก็ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เธอต้องออกจากวงการบันเทิง และจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอต้องกลายไปเป็นพนักงานออฟฟิศ

เข้าวงการมากี่ปีแล้ว ?

วิกกี้ : "ถ้าย้อนไปก็ตั้งแต่อายุ 16 น่าจะ 30 กว่าปี"

เข้าวงการได้ยังไง ?

วิกกิ้ : "ที่เข้าได้จริงๆ ก็คือ เขาหาคนพูดภาษาอังกฤษได้หาคนหน้าตาลูกครึ่ง เมื่อก่อนจะมีโมเดลลิ่งมาตามโรงเรียนนานาชาติเริ่มต้นประมาณนั้นเลย เพราะเราได้ภาษาแล้วละครเรื่องแรกเขาต้องการนางเอกไปอังกฤษด่วนภายใน 2 อาทิตย์"

หนุ่มๆ เข้ามาจีบเยอะมั้ย ?

วิกกี้ : "เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกไปไหน"

ไม่พูดถึงคุณสามี สมัยก่อนเขาจีบแบบไหนประทับใจที่สุด ?

วิกกี้ : "ถ้าสมัยเด็กก็จะมีข้อความฝากเอาไว้ สมัยโน้นไม่ใช่โซเชียลเหมือนสมัยนี้ ก็จะเป็นจดหมายที่ซองก็จะฉีดน้ำหอม ตุ๊กตา ลายดอกไม้ น่ารักๆ"

พอเข้าวงการก็ต้องมีอีกแน่ๆ ?

วิกกี้ : "มันก็มีบ้าง"

เข้าวงการนานไหมถึงเจอคุณสามี ?

วิกกี้ :
"หลายปีอยู่ค่ะ ประมาณ 7-8 ปี คือเหมือนออกงานแล้วกลุ่มเพื่อนที่เราออกงานกับกลุ่มเพื่อนทางคุณสามีเขาเจอกัน เมื่อก่อนเขาเป็นเจ้าของเธค ผับ แล้วเราไปโชว์ตัว ก็เจอกัน ออกงานบ่อยๆ"

3_-_copy_1574777545.jpg

เจอกันแล้วปิ๊งเลยมั้ย ?

วิกกี้ :
"ไม่ขนาดนั้นด้วยความที่งานเราเยอะ ต้องบอกว่าเมื่อก่อนนักแสดงไม่เยอะเหมือนสมัยนี้เพราะฉะนั้นงานละครเราทุกวัน 7 วันเราถ่ายละคร 3-4 เรื่องทั้งคิวกลางวัน กลางคืน มันไม่มีเวลาจริงๆ โอกาสที่จะมาเจอคนข้างนอกค่อนข้างยาก นอกจากไปงาน"

สมัยก่อนโซเชียลยังไม่แรงเวลามีแฟนหรือทำอะไรก็ต้องเก็บเงียบๆ แต่พี่เปิดตัวแฟนเลย รวมถึงท้องก็ประกาศด้วย ?

วิกกี้ :
"ใช่ค่ะ ด้วยความที่เรานิสัยเราจะฝรั่งๆ เป็นคนตรงๆ ไม่ต้องรอให้มาแอบว่าทำไมช่วงนี้ดูอวบขึ้น เอ๊ะ ท้องหรือเปล่าแล้วก็มีข่าว ก็บอกว่ามีแฟนแล้วนะเป็นคนนี้ พอท้องก็ท้องแล้วนะ คือประกาศเลยยังไม่ทันได้มีใครมาตื่นเต้นแอบสืบข่าวของเรา"

ไม่กลัวดราม่าพวกแฟนคลับของเรา พอเรามีเจ้าของแล้วความรู้สึกจะเปลี่ยน ?

วิกกี้ :
"คือสมัยก่อนเข้าวงการตั้งแต่อายุ 16 ทำงานทุกวัน ทุกวันจริงๆ กลางวันกลางคืนทุกวัน ไม่เคยได้พักมันรู้สึกเหนื่อย พอเรามีตรงนี้เรารู้สึกว่าพร้อมแล้วอาจจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัวด้วย"

ตอนที่ตั้งท้องอายุเท่าไหร่ ?

วิกกี้ :
"อายุ 21 ตอนมีลูกแล้วก็ 22"

ตอนนั้นเป็นนางเอกชื่อเสียงกำลังมาไม่ได้แคร์เรื่องของดราม่าหรือว่างานจะหด ?

วิกกี้ :
"ไม่ค่ะ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่านักแสดงน้อยงานเยอะมาก คือตอนนั้นความคิดของเราคืองานมันเยอะมากๆ จริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีเอฟเฟกต์อะไรมากระทบ"

ตอนนั้นเรียกว่าท้องก่อนแต่งได้มั้ย ?

วิกกี้ :
"ไม่ค่ะ เพราะว่าแต่งก่อนท้อง"

พอท้องแล้วคลอดก็หายจากวงการเลย ?

วิกกี้ :
"ตอนนั้นยังถ่ายละครอยู่ ท้องสองคน ปี 36 กับ 37 พอเราเป็นคุณแม่ใหม่ๆ จะเซนซิทีฟมากเจอเรื่องราวของลูกคนอื่นรับไม่ได้ร้องไห้เหมือนจะซึมเศร้ามันจะเป็นภาวะของคนมีลูกใหม่ๆ แล้วสมัยก่อนข่าวเยอะมากพยาบาลดูแลลูก ทิ้งลูก มัดลูก ทำลูกตก มีข่าวให้เราเห็นคือทำใจไม่ได้ปรึกษากับสามีว่าขอเฟดตัวเองอยากมาทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ เราก็ไม่ไว้ใจ"

เสียดายงานในวงการเหรอตอนนั้นกำลังรุ่งเลย ?

วิกกี้ :
"อาจจะเป็นเพราะเรารู้สึกว่าอายุค่อนข้างน้อยแล้วงานมันเยอะ แล้วอีกอย่างคือคุณสามีเลี้ยงเราได้"

image_big_5dde09087283f.jpg

อยู่บ้านเลี้ยงลูกเครียดมั้ย ?

วิกกี้ :
"มีความสุขไม่ค่อยเครียด ส่งที่ชอบมากที่ตัดสินใจถูก พัฒนาการของเราครั้งแรกเราได้เห็น เราได้เจอ ก้าวแรก มองแรก คว่ำแรก หงายแรก การเปลี่ยนแปลงของเขาครั้งแรกเราได้สัมผัสประสบการณ์ที่ถ้าเราฝากคนอื่นเลี้ยงเราจะไม่ได้ พอมันผ่านตรงนั้นมันเรียกกลับมาไม่ได้"

พอเลี้ยงลูกได้พักนึงไม่กลับมาทำงานในวงการบันเทิงไปทำงานออฟฟิศเพราะอะไร ?

วิกกี้ :
"ที่ยังไม่กลับมาเพราะตอนแรกกะเลี้ยงลูกแป๊ปเดียว พอลูกเข้าโรงเรียนเดี๋ยวกลับมา"

แป๊บนึงกี่ปี ?

วิกกี้ :
"แป๊ปนึงก็ประมาณ ม.2-ม.3 ตอนแรกนึกว่าลูกติดเรา เปล่าหรอกเราติดลูก มีช่วงนึงมีผู้ใหญ่ที่สนิทกับสามีเขารู้สึกว่าลูกโตแล้ว แล้วเขาก็ทราบว่าเมื่อก่อนเราทำงานอะไร ไม่ควรอยู่เฉยๆ ต้องทำงานเขาก็เป็นจุดเปลี่ยนเขาก็แนะนำติดต่อประสานทุกอย่างว่าจะต้องมาทำงานที่นี่"

เป็นงานอะไร ?

วิกกี้ :
"เป็นงานบริการ ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัทคิง พาวเวอร์ ดูแลแผนกต้อนรับเรื่องการบริการ"

image_big_5dde071c8d96f.jpg

เห็นว่าทำงานแรกๆ เครียดร้องไห้เลย ?

วิกกี้ :
"คือไม่เกี่ยวกับองค์กรนะอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่วงการบันเทิงมา วงการบันเทิงสอนให้เรามีวินัยตรงต่อเวลาซึ่งเราซึมซับตรงนั้นมาแต่การที่เราจะต้องอยู่ในกรอบวิ่งไปตอกบัตรที่ทำงานมันเป็นอะไรที่เครียด คือมันไม่ชินเพราะทั้งชีวิตไม่เคยเจออะไรแบบนั้นแล้วเราต้องมาอยู่ในกรอบกฎ กติกาของเค้า ซึ่งการปรับตัวก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ แต่ว่าค่อนข้างกดดันมันไม่ใช่กดดันเพราะว่าแค่เหตุผลนี้ มันกดดันเพราะว่าคนด้วย"

ได้ข่าวว่าพอทำงานที่นี่ใหม่ๆ โดนดราม่าเลย ?

วิกกี้ :
เท่าที่คนอื่นเล่าให้เราฟังด้วยความที่เราเป็นนักแสดงเข้ามาเหมือนเขาต่อต้านก่อนเลยมาเรามาจะต้องเรื่องเยอะเป็นดารามาต้องเรื่องมากที่สำคัญเรามาในฐานะหัวหน้ามันอาจจะกระทบหลายๆ ฝ่ายที่เขาอาจจะมีความก้าวหน้าของเขาก็เลยโดนกลั่นแกล้งค่อนข้างเยอะอยู่

ขนาดไหน ไม่ให้ไปกินข้าวด้วย ?

วิกกี้ :
"เคยมีคำสั่ง เคยชวนน้องๆ ไปทานข้าว น้องเขาก็บอกว่าขอบอกตรงๆ พวกหนูถูกสั่งว่าใครไปทานข้าวกับพี่วิกกี้จะถูกหมายเตือน พี่เลยรู้ว่าเล่นกันขนาดนี้เลยหรอแต่ก็ไม่เป็นไรต้องอยู่ให้ได้ เขาไม่อยากให้เราไม่อยู่ใช่มั้ย เราก็ต้องอยู่"

กินคนเดียวกี่เดือน ?

วิกกี้ :
"หลายเดือนอยู่ 4-5 เดือน"

เกิดอะไรขึ้นถึงมีคนมากินข้าวด้วย ?

วิกกี้ :
"เจอคนที่แกร่งไง แบบฉันไม่แคร์ ก็มากินข้าวด้วย คนที่สั่งเขาโดนออกไปก่อน"

ตอนนั้นคุณลูก คุณสามีให้กำลังใจยังไง ?

วิกกี้ :
"ให้กำลังใจมากค่ะ คือชีวิตเราจะอยู่ตรงไหนต้องทำความเคยชิน เหมือนเราอยู่ในโซนของเราต้องเปลี่ยนชีวิตตามสถานการณ์ไป เราเคยอยู่วงการบันเทิงอยู่ดีๆ ก็ไปเป็นมนุษย์เงินเดือนเราก็ต้องเข้าใจเขา ซึ่งบางทีเราก็ต้องปรับตัว ที่บ้านก็จะเป็นคนให้กำลังใจ ไม่งั้นคงไม่อยู่ได้มาจนทุกวันนี้"

นอกจากเรื่องไม่ให้กินข้าวด้วย โทรศัพท์ก็ไม่ให้พกมา เขาห้ามใช้มือถือยังไง ?

วิกกี้ :
"สมมติคุณเป็นหัวหน้างานยิ่งกว่า Supervisor อีก Supervisor ก็ต้องมีการประสานกันทางโทรศัพท์ แต่คุณเป็นหัวหน้าที่พกมือถือไม่ได้แต่ลูกน้องพกได้คุณรู้สึกยังไง เสียหน้าด้วย แต่ก็ไม่ถึงเดือน จริงๆ สถานการณ์มันไม่ใช่แต่เหมือนคำพูดเขาอ่ะ เราเป็นคนใหม่เข้าไปต้องปรับสภาพไม่รู้ว่าแบบนี้อยู่ยังไง แต่บางทีคำพูดของเค้ามันกดดันในความคิดเรา"

ก่อนเขาออกเขาได้บอกมั้ยว่ามันอะไรนักหนาที่ทำให้เขาต้องทำกับเราขนาดนี้ ?

วิกกี้ :
"ไม่ได้คุยกับเขาโดยตรง เท่าที่ทราบจากมือซ้ายมือขวา เขาก็มีเป้าหมายที่จะปั้นใครขึ้นมาก็คือเราเป็นตัวน่าหมั่นไส้อ่ะอยู่ดีๆ ก็เดิอนเข้ามาทำไม"

ตอนนี้ยังทำอยู่ที่เดิมหรือเปล่า ?

วิกกี้ :
"อยู่ค่ะ 14 ปีแล้ว"

ลูกชายหล่อมาก หวงลูกมั้ย ?

วิกกี้ :
"ยอมรับว่าทั้งห่วงและหวง"

ตอนนี้ลูกทำอะไรอยู่ ?

วิกกี้ :
"คนโตเป็นตำรวจชื่อเล่นนิกกี้ อายุ 26 อยู่นครราชสีมา คนเล็กน้องไมค์ ทั้งคู่เป็นตำรวจชั้นประทวนอยู่จังหวัดนครราชสีมาทั้งคู่เลย"

ทำไมถึงไปอยู่ต่างจังหวัด ?

วิกกี้ :
"เพราะตอนที่เขาเรียนเขาสอบได้โรงเรียนสามก็คือจังหวัดนครราชสีมา พอทำงานก็ต้องเป็น สภ.ในเมืองเขา"

1_-_copy_1574777546.jpg

มีลูกสนิทกันขนาดไหน ?

วิกกี้ :
"ก็คุยกันได้"

จริงหรือเปล่าที่ห้ามลูกชายมีแฟน ?

วิกกี้ :
"คือเราก็ไม่ได้ห้ามตรงๆ แต่อยากให้ดูดีๆ"

มีสเปคลูกสะใภ้มั้ยอยากได้ประมาณไหน ?

วิกกี้ :
"เขาต้องให้เกียรติลูกเรา ไม่สนใจว่าคุณจะทำอาชีพอะไร จะมาจากไหน แต่สำคัญเลยคือคุณต้องให้เกียรติกัน ถ้าคุณจะหึงหวงแล้วไปโพสต์ตามโซเชียลไม่ให้เกียรติกันเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ การที่คุณไม่ให้เกียรติเขาก็เท่ากับไม่ให้เกียรติพ่อแม่เขาด้วย อนาคตคนจะมองคุณยังไงถ้าไม่ให้เกียรติกันแล้วก็กลัวว่าเขาจะไม่มีความสุขด้วย จะเน้นตรงนี้มากกว่า"

ปัจจุบันนี้การดูแลของคุณสามีเป็นยังไงบ้าง ?

วิกกี้ :
"ดีเหมือนเดิมทุกอย่าง เราคุยกันเยอะมากอยู่ด้วยกันตลอด คือพี่เขาอายุห่างจากเรา 8 ปี เป็นผู้ใหญ่กว่าเพราะฉะนั้นประสบการณ์ชีวิตเขาเยอะกว่า มุมมองของเขา ประสบการณ์ของเขาจะสอนเราเยอะ ก็จะไว้ใจปรึกษาแค่พี่เขาคนเดียว"

แม่หวงลูกแล้วพ่อหวงลูกบ้างมั้ย ?

วิกกี้ :
"เขาจะสอนเราว่าอย่าทำแบบในละครนะ แม่สามีกับลูกสะใภ้ อย่าเด็ดขาด"

อยากรู้เทคนิคทำยังไงให้สามีรักเรานานขนาดนี้ ?

วิกกี้ :
"หลักๆ คือความไว้วางใจ ไม่เคยไประหวาดระแวงไปค้นหา จะไปไหนไป อยู่กันมาเกือบ 30 ปีแล้ว เขาบอกจะไปไหนไว้ใจเขาอย่าระหวาดระแวง อย่าไปขุดคุ้ยอย่าไปยุ่งกับโทรศัพท์ อย่าไปทำอะไรแบบนั้น สิ่งที่สำคัญเลยเขากลับบ้านเขารับผิดชอบครอบครัว เขาดูแลดีพอแล้ว นอกจากนั้นเขาก็จะทำของเขาเอง"

สามารถรับชมคลิปการสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ใน รายการคุยแซ่บ show ทางช่อง One31 รับชมย้อมหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : vicky_kantadanao , nniccky , mikey_kanin

#ทีมงาน หรรษาดอทคอม รายงาน
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1
กำลังโหลด...