ระวัง !! "สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน" อันตรายใกล้ตัวลูกที่ไม่ควรมองข้าม

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. hunsa.team2

    hunsa.team2 ผู้ดูแล

    เข้าร่วม:
    26 มิถุนายน 2017
    ข้อความ:
    2,737
    ถูกใจ:
    1
    84499457_m.jpg

    ด้วยสภาวะแวดล้อมและมลภาวะต่างๆ ในปัจจุบันทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเป็น โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ เพิ่มขึ้นมากจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพบทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจนี้ นอกจากจะทำให้เกิดอาการกำเริบขึ้นได้จากสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจภายนอกบ้าน เช่น ฝุ่น มลภาวะการจราจรในท้องถนน โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านรอบตัวเราเองที่ต้องสัมผัสในทุกวันก็เป็นสาเหตุสำคัญของอาการภูมิแพ้ ที่มักจะถูกมองข้ามไป

    พญ.รวีรัตน์.jpg

    รศ.พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี
    กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวถึง ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบว่า อากาศที่เราหายใจเข้าไปเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่มีความสำคัญกับร่างกายและสุขภาพของเราอย่างมาก เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้และโรคอื่นๆ ได้ โดยปกติแล้วโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยๆ ในประเทศไทย คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหอบหืด และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โดยทั้งสามโรคจะเกิดอาการเมื่อร่างกายได้รับสารกระตุ้นบางอย่างและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารกระตุ้นมากกว่าปกติหรือไวกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ที่อวัยวะต่างๆ อาทิ ไอ จาม คัดจมูก คันตา มีน้ำมูก หรือเกิดอาการหายใจ หอบเหนื่อย เพราะ หลอดลมมีอาการหดเกร็งตัว คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากมักให้ความสนใจกับสภาวะอากาศภายนอกบ้าน และกังวลกับสารก่อภูมิแพ้จากภายนอก จนอาจลืมนึกไปว่าจริงๆ แล้วสารก่อภูมิแพ้จากภายในบ้านก็มีส่วนสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจของลูกน้อย

    ทั้งนี้สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้านสามารถเกิดได้จากทั้งไรฝุ่นบนที่นอน แมลง สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขและแมว เชื้อราในบ้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลจัดการป้องกันสารก่อภูมิแพ้ในบ้านเหล่านี้ได้ เช่น ไรฝุ่น เป็นแมลงชนิดหนึ่งซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พบมากในบริเวณที่มีความชื้นสูงและที่อุปกรณ์เครื่องนอน เช่น หมอนหนุน ที่นอน ผ้าห่ม ตุ๊กตาขน การกำจัดไรฝุ่นจึงควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนและผ้าห่มด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส
    เป็นเวลา 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ใช้ผ้าคลุมกันไรฝุ่น จัดห้องนอนให้โล่ง ไม่ควรมีตุ๊กตาขน ไม่ใช้พรม หมั่นทำความสะอาด เช็ดถูบ้าน และดูดฝุ่นบ่อยๆ

    แมลงสาบ ที่พบทั่วไปตามบ้านเรือนสามารถกำจัดได้โดยขจัดแหล่งอาหารของแมลงสาบ โดยใส่ขยะและเศษอาหารในถุงหรือถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด ใช้ยากำจัด หรือกับดักแมลงสาบ ปิดรอยแตกที่พื้นห้องและเพดานที่เป็นทางเข้าออกของแมลงสาบ สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว

    วิธีการกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดคือไม่ควรเลี้ยง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้โดยให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้าน ไม่ควรนำเข้ามาในบ้าน อาบน้ำทุกสัปดาห์ ดูแลความสะอาดดูดฝุ่นบ้านเป็นประจำ หรือใช้เครื่องฟอกอากาศ เชื้อราในบ้าน มักปะปนอยู่ในอากาศตามห้องที่มีความอับชื้น หรือภายในบ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ การกำจัดเชื้อราในบ้านทำได้โดย ตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศ ไม่ใช้พรมหรือวอลเปเปอร์ ไม่นำต้นไม้ ดอกไม้ทั้งสดและแห้งมาทิ้งไว้ในบ้าน ใช้น้ำยากำจัดเชื้อรา ละอองเกสรจากหญ้าและวัชพืชโดยปกติจะลอยอยู่ในอากาศนอกบ้านแล้วถูกลมพัดมาติดตามมุ้งลวดหน้าต่างและเข้ามาในบ้าน

    การกำจัดสารก่อภูมิแพ้จากละอองเกสร ทำได้โดยปิดประตูหน้าต่างในช่วงที่ลมพัด หรือช่วงเวลาที่มีละอองเกสรมากและใช้เครื่องฟอกอากาศ หากสมาชิกทุกคนในบ้านช่วยกันกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ก็จะช่วยลดอาการภูมิแพ้ของลูกน้อยและเป็นการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับทุกคนในครอบครัว
     
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. Nichapatd
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    224
  2. iamkungten9
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    366
  3. Konkamol1324
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    673
  4. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    1,711
  5. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    343