ลิ้นหัวใจ “เอออร์ติก” เสื่อม เปลี่ยนได้ด้วยเทคนิคสายสวน TAVI

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  24 กรกฎาคม 2019
เยี่ยมชม :  1,568    ถูกใจ :  6
ภาพประกอบสกู๊ป2.jpg

โรคลิ้นหัวใจเสื่อม ถือเป็นโรคที่หลายคนได้ยินมากขึ้นในยุคปัจจุบัน ลิ้นหัวใจของมนุษย์มีทั้งหมด 4 ลิ้น อยู่ในตำแหน่งต่างกัน มีหน้าที่หลักคือ ทำให้เลือดไหลไปในทิศทางเดียวกันไม่ไหลย้อนทาง มีหน้าที่เสมือนประตูในหัวใจ ลิ้นหัวใจเอออร์ติกนับว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากมีตำแหน่งกั้นอยู่ระหว่างหัวใจห้องซ้ายล่างและหลอดเลือดแดงใหญ่ หากลิ้นหัวใจเกิดปัญหาทำงานผิดปกติขึ้นมา หัวใจของเราก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ร้ายที่สุดอาจถึงขั้นหัวใจวายได้

นพ.ระพินทร์.jpg

นพ.ระพินทร์ กุกเรยา หัวหน้าอายุรแพทย์หัวใจ มัณฑนากรหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจเสื่อมเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่ลิ้นหัวใจใช้มานานมาก ก็ย่อมที่จะมีความเสื่อมตามวัย หรือในบางราย ลิ้นหัวใจอาจถูกเร่งให้เสื่อมจากโรคเรื้อรังต่างๆ อาทิ ความดันโลหิตสูงขมันในเส้นเลือด รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ เมื่อลิ้นหัวใจมีความเสื่อม ก็จะมีไขมัน หินปูนหรือแคลเซียมมาเกาะ ทำให้ลิ้นหัวใจแข็ง ไม่ยืดหยุ่น เปิด ปิดได้ไม่เต็มที่

บางคนมี แคลเซียมเข้าไปเกาะบริเวณที่เป็นแฉกลิ้น ทำให้เปิดไม่ได้ เมื่อเปิดไม่ได้เลือดก็ไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้เต็มที่ อาการแสดงที่ส่งสัญญาณถึงความผิดปกติของลิ้นหัวใจ ที่เปิดหรือปิดไม่สนิท เกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบ ที่เห็นได้ชัดคือ เหนื่อยง่าย หน้ามืดเป็นลมบ่อยๆ เจ็บหน้าอก อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

เมื่อลิ้นหัวใจเริ่มแข็งตัวเพิ่มขึ้น หัวใจก็จะทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด ผนังหัวใจจะหนา หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการรักษาก็จะนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 3% ของคนไข้ที่มีอายุ 80 ปี จะเริ่มมีลิ้นหัวใจผิดปกติทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ตามสถิติผู้ชายมักจะเป็นมากกว่า คือประมาณ 60% ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 40%

ภาวะเสื่อมของลิ้นหัวใจที่ถือว่าอันตรายมากคือ "ลิ้นหัวใจเอออร์ติก" เป็นลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจช่องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ที่หากมีภาวะเสื่อม หรือเปิด ปิดไม่ได้ เลือดก็จะไปเลี้ยงทั้งร่างกายไม่ได้

นพ.ระพินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะลิ้นหัวใจเสื่อม ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา เพราะปัญหาคือลิ้นหัวใจตีบ การรักษาคือ ต้องทำให้ลิ้นหัวใจหายตีบ โดยหลักการของ TAVI ( Transcatheter Aortic Valve Implantation) จะเป็นการใช้ลิ้นหัวใจแบบเนื้อเยื่อยึดติดอยู่กับขดลวดพิเศษซึ่งสามารถม้วนให้เล็กเพื่อเข้าไปอยู่ในท่อเล็กประมาณ 8-10 มิลลิเมตรของระบบนำส่ง

จากนั้น ก็สอดระบบนำส่งไปตามหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบไปที่ยอดของหัวใจห้องล่างซ้ายจนถึงตำแหน่งของลิ้นหัวใจเอออร์ติก จากนั้นจึงทำการปล่อยตัวลิ้นหัวใจที่ม้วนอยู่ออกมาจากระบบนำส่ง ซึ่งจะทำให้ลิ้นหัวใจกางออกกลายเป็นลิ้นหัวใจใหม่ โดยที่คนไข้จะมีแผลเล็กๆ บริเวณขาหนีบ หรือบริเวณหน้าอกด้านซ้ายหรือด้านบนของหน้าอกข้างขวา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใส่ขดลวดพิเศษ

การพัฒนาเทคนิค TAVI เริ่มจากให้ทำกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดจนไม่มีทางยอมรับได้ เมื่อทำต่อมาเรื่อยๆ และมีการติดตามอาการผู้ป่วย พบว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดี จากลิ้นหัวใจที่เคยอยู่ได้ 2-3 ปี กลายเป็น 5 ปี ทำให้ปัจจุบัน เทคนิค TAVI กลายเป็นการรักษาทางเลือกของผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบ ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงหรือปานกลางเท่านั้น สำหรับการใส่ขดลวดพิเศษ สามารถใส่ได้หลายทางทั้ง ทางขาหนีบ ไหล่ ทางเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นแขน ทางขวาของหน้าอกผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่ออกมา จากหัวใจและทางแผลเล็ก บริเวณยอดหัวใจ แต่ส่วนใหญ่ 80% จะใส่จากทางขาหนีบเพราะเส้นเลือดมีขนาดใหญ่

ยกเว้นว่า เส้นเลือดที่ขาหนีบของคนไข้มีขนาดเล็กหรือเส้นเลือดอุดตันเข้าไม่ได้ถึงจะไปทำที่ตำแหน่งอื่นแทน การเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยใช้สายสวนนี้ ใช้เวลาการทำ 2 ชั่วโมงโดยประมาณ

ข้อควรระวังในการทำ คือ กลุ่มคนไข้ติดเชื้อ หรือมีแบคทีเรียอยู่ในกระแสเลือด คนไข้ที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คนไข้ที่มีลิ่มเลือดอยู่ในหัวใจ คนไข้ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเร็วมากๆ คนไข้ที่เพิ่งเป็นอัมพาตใหม่ๆ (เพราะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด) คนไข้ที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบและมีอาการ เมื่อผ่าตัดเสร็จช่วง 3 เดือนแรก อาจต้องกินยาละลายลิ่มเลือด ไม่ออกกำลังกายหรือทำอะไรหักโหม หลังพักฟื้น 3 เดือนคนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ช่วยให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1

แชร์

#2
กำลังโหลด...