"วิศวะฯ ธรรมศาสตร์" เผย "11จังหวัดอีสาน" มีแนวโน้มท่วม-แล้งรุนแรง ชี้ไทยยังขาดแคลนบุคลากรชลศาสตร์ !!

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแลระบบ
  1 ตุลาคม 2018
เยี่ยมชม :  375    ถูกใจ :  1
001.jpg

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(TSE)
เปิดสถิติปริมาณฝนของไทยย้อนหลัง 60 ปี วิเคราะห์ผลและสร้างแบบจำลองคาดการณ์สภาพอากาศ พบ 11 จังหวัด ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ชี มูล ที่มีแนวโน้มเกิดภัยพิบัติจากฝน-แล้งรุนแรงขึ้นในอนาคต โดยมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก 6 จังหวัด ได้แก่ เลย อุดรธานี สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์

ศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต ชาลีรักษ์ตระกูล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) กล่าวว่า จากผลงานวิจัยเพื่อประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ลุ่มน้ำโขง ชี และมูล) โดยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลฝนระดับสถานีจากกรมอุตุนิยมวิทยาของไทย กับข้อมูลภูมิอากาศระดับโลกของแบบจำลองการหมุนเวียนอากาศจากประเทศอังกฤษ แคนาดา ซึ่งผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่ามีข้อมูลภูมิอากาศที่มีความสำคัญในการพยากรณ์ฝน ได้แก่ ปริมาณน้ำฝน ค่าความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลปานกลาง ความแรงของการไหลเวียนอากาศ ทิศทางลม ความชื้นในอากาศ โดยแบบจำลองความสัมพันธ์นี้ สามารถใช้ในการวิเคราะห์จังหวัดที่มีแนวโน้มจะประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งซ้ำซากได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเตรียมรับมือภัยพิบัติในอนาคต

ทั้งนี้จากงานวิจัยดังกล่าวพบข้อมูล พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก 6 จังหวัด ได้แก่ เลย อุดรธานี สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี โดยแบ่งเป็นพื้นที่สีแดงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ที่มีแนวโน้มทวีรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ส่วนมากจะอยู่บริเวณตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ลุ่มแม่น้ำโขง รองลงมาเป็นพื้นที่สีส้ม ในลุ่มแม่น้ำมูล และพื้นที่สีเหลืองที่เกือบจะไม่มีความเปลี่ยนแปลง และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์ ประกอบไปด้วยพื้นสีแดง เป็นพื้นที่เฝ้าระวังการเกิดภัยแล้งรุนแรงขึ้นในอนาคต ส่วนมากจะกระจุกตัวบริเวณตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในลุ่มแม่น้ำชี และบางส่วนของทางตะวันออกของภาค รองลงมาคือพื้นที่สีส้ม ในลุ่มแม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง และพื้นที่สีเหลืองที่เกือบจะไม่มีความเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการวิเคราะห์เชิงสถิติจากการบันทึกข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนย้อนหลังเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความแตกตื่น แต่การศึกษาในครั้งนี้จะมีประโยชน์สำหรับ


002.jpg

การเตรียมรับมือกับอุทกภัยและภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ โดยงานวิจัยชิ้นนี้ ยังสามารถคาดการณ์สถานการณ์น้ำฝนล่วงหน้าในอนาคตได้ ศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต กล่าวต่อว่า ในแต่ละปีไทยจะสามารถผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมโยธาได้จำนวนมาก แต่กลับมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มุ่งสู่อาชีพด้านชลศาสตร์ กลายเป็นอาชีพที่ไทยยังขาดแคลน และยังส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ที่จะต้องเร่งปั้นนักศึกษาของตนให้เชี่ยวชาญ และสร้างแรงบันดาลใจให้อยากจบออกไปทำงานด้านการบริหารจัดการน้ำมากขึ้น ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และต้องการให้นักศึกษาวิศวกรรมโยธาทุกคนได้ตระหนักถึงความจำเป็นของการทำงานในด้านนี้เช่นเดียวกัน”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งมั่นในการสร้างบุคลากรด้านวิศวกรพันธุ์ใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญศาสตร์ที่ผสมผสาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ซึ่งที่ผ่านได้พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมในสาขาต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับของสังคมตลอดมา เพื่อตอบยุทธศาสตร์ประเทศ รวมถึงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ปัจจุบัน คณะฯมีหลักสูตร วิศวกรรมศาสตร์ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและนานาชาติ จำนวนมาก ร่วมถึงมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และภาคเอกชนชั้นนำทั่วโลก อย่างไรก็ตามเร็วๆ นี้ คณะฯ กำหนดเปิดตัวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ที่จะพลิกโฉมหลักสูตรวิศวกรรมในประเทศไทยให้สอดรับกับความต้องการของโลกอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมตลอดจนติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ที่ www.engr.tu.ac.th/ และ Facebook fanpage ของคณะฯ ที่ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. Nichapatd
    ตอบกลับ:
    1
    เยี่ยมชม:
    236
  2. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    440
  3. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    267
  4. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    233
  5. hunsa.team1
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    1,152