"สูงวัย" ควรระวัง!! "ภาวะโพรงน้ำในสมองโต"

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. hunsa.team2

    hunsa.team2 ผู้ดูแล

    เข้าร่วม:
    26 มิถุนายน 2017
    ข้อความ:
    3,120
    ถูกใจ:
    1
    84422293_m.jpg

    ร่างกายของมนุษย์เราเมื่อผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานตามกาลเวลา ก็มักจะเกิดความแปรปรวนของระบบต่างๆ ตามความเสื่อมลงของช่วงอายุ ซึ่งอาการที่พบมากในผู้สูงอายุ คือ อาการเดินเซ ความทรงจำแย่ลง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งหลายคนคงคิดว่าเป็นอาการของโรคอัลไซเมอร์ หรือ โรคสมองเสื่อม แต่ความจริงแล้วมีภาวะอาการทางสมองชนิดหนึ่งที่ทำให้มีอาการตามนี้ และสามารถรักษาหายได้ คือ ภาวะโพรงน้ำในสมองโต

    28 พญ.ปฏิมา  วีณะสนธิ- 5860.jpg

    พญ.ปฏิมา วีณะสนธิ แพทย์ด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า สมองของเรามีช่องสี่ช่องด้านใน
    ที่เรียกว่า โพรงน้ำสมอง ให้น้ำในสมองและไขสันหลังไหลผ่านถึงกันได้ และมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด โดยการสร้างและการดูดซึมจะต้องสมดุลกัน เพื่อให้ระดับความดันของน้ำในสมองเป็นปกติ แต่หากความสมดุลระหว่างการสร้างและการดูดซึมน้ำเข้าสู่กระแสเลือดเสียไป จะทำให้เกิดภาวะโพรงน้ำในสมองโต โดยโพรงสมองที่โตขึ้นจะค่อยๆ ขยายตัวขึ้นช้าๆ และส่งผลต่อเนื้อเยื่อสมอง จนก่อให้เกิดอาการผิดปกติแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ความดันในโพรงสมองก็ยังเป็นปกติ

    ซึ่งภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ โดยอาการของภาวะนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ มีอาการเดินผิดปกติ เดินช้า ก้าวขาไม่ออก ยกขาไม่พ้นจากพื้น เดินซอยเท้า การทรงตัวไม่ดี เดินลำบาก และเดินเซ เวลาเดินต้องกางขากว้างเพื่อช่วยพยุงตัว ล้มบ่อย การเดินแย่ลงอย่างช้าๆ จนอาจเดินไม่ได้เลยในท้ายที่สุด

    นอกจากนี้ยังมีอาการสมองเสื่อม สมาธิสั้น เฉื่อยชา ไม่ค่อยสนใจ รวมทั้งมีความจำที่แย่ลง อาการจะค่อยเป็นค่อยไปในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี และในระยะท้ายผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหาปัสสาวะราด เริ่มต้นจะมีปัสสาวะบ่อย กลั้นไม่อยู่ อาจปัสสาวะออกมาโดยไม่บอก หรือปัสสาวะราดออกมาโดยเข้าห้องน้ำไม่ทัน บางครั้งไม่สามารถควบคุมการถ่ายอุจจาระได้

    ทั้งนี้ การวินิจฉัยโรคสามารถพิจารณาจากอาการผิดปกติร่วมกับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง CT หรือ แม่เหล็กไฟฟ้าสมอง MRI ว่ามีการขยายตัวใหญ่ขึ้นของโพรงสมอง โดยไม่สัมพันธ์กับความเหี่ยวของสมองหรือไม่ หากพบรอยโรคแพทย์จะทำการทดสอบ เจาะระบายน้ำออกมา 30-50 ซีซี และประเมินอาการผู้ป่วยหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง โดยเฉพาะการเดิน ว่าดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าดีขึ้นก็ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย และก็มีแนวโน้มสูงว่าหลังผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำเข้าสู่ช่องท้องอาการจะดีขึ้นจริง โดยการผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำ ส่วนใหญ่มักจะเป็นการผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำจากโพรงสมองเข้าสู่ช่องท้อง หรือผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำจากช่องไขสันหลังเข้าสู่ช่องท้อง เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงจากการผ่าตัดต่ำ แต่ความเสี่ยงจากการผ่าตัดมักไม่ใช่ความเสี่ยงของการผ่าตัดโดยตรง แต่มักเป็นความเสี่ยงอันเนื่องจากการมีโรคต่างๆ ของผู้สูงอายุโดยการรักษาภาวะนี้ได้ผลดี 70-90 เปอร์เซ็นต์

    หลังจากผ่าตัดแล้วสมองจะสามารถส่งคำสั่งมาควบคุมขาให้เดินได้ดีขึ้น แต่ผู้ป่วยสูงอายุที่เดินไม่ได้มาเป็นเวลานานจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายเดือนจึงจะเริ่มเห็นผล อาการต่างๆ ที่ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ รวมทั้งอาการสมองเสื่อมก็จะดีขึ้นอย่างช้าๆ ข้อสำคัญคือทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันระวังการล้มและอุบัติเหตุต่างๆ ฝึกการปัสสาวะให้เป็นเวลา และฝึกบริหารสมองเพื่อชะลอการเสื่อมของสมอง

    ทั้งนี้หากพบอาการเดินผิดปกติของผู้สูงอายุอาจเกิดจากโรคอื่นๆ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคเข่าเสื่อม โรคกระดูกสันหลัง นอกจากนี้ยังมีอาการหลงลืมของโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ จึงทำให้การวินิจฉัยภาวะน้ำเกินในโพรงสมองทำได้ลำบาก ดังนั้นหากมีอาการของโรคสมองเสื่อม หรือ เดินเซ ควรรีบพบแพทย์เพื่อ ประเมินว่า เกิดจากภาวะโพรงน้ำในสมองโตหรือไม่ ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างทันท่วงที
     
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    294
  2. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    76
  3. hunsa.team2
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    115
  4. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    583
  5. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    716