" อินเดีย 101 " รวมเรื่องสุดน่าทึ่ง ณ ดินแดนภารตะ !!

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. Nichapatd

    Nichapatd ผู้ดูแลระบบ

    เข้าร่วม:
    4 มิถุนายน 2018
    ข้อความ:
    411
    ถูกใจ:
    0
    01.jpg

    ถ้าพูดถึง “อินเดีย” คุณนึกถึงอะไร? เชื่อว่าหลายคนคงจินตนาการถึงหลากหลายอย่าง แต่แน่นอนว่าในความเป็นจริงแล้วทุกประเทศก็ล้วนมีดีในแบบของตัวเอง รวมถึงประเทศอินเดีย ดินแดนที่ร่ำรวยไปด้วยอารยธรรมโบราณ และมนต์เสน่ห์อันน่าค้นหา วันนี้ขอพาทุกๆ คนไปทำความรู้จักกับประเทศอินเดียใน “อินเดีย 101: รวมเรื่องน่าทึ่งแดนภารตะ”

    001.jpg

    1) 17% ของคนบนโลก อาศัยอยู่ที่อินเดีย หลายคนอาจจะเคยได้ยินอยู่แล้วว่าประเทศอินเดียมีคนเยอะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก จำนวนผู้อาศัยมากถึง 1.35 พันล้านคน รองลงมาจากประเทศจีน องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าในปี 2024 จำนวนประชากรในประเทศอินเดียจะ โดยพุ่งสูงขึ้นเป็น 1.44 พันล้านคน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็จะทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรเยอะที่สุด แซงจีนไปโดยปริยาย

    02.jpg

    2)เศรษฐกิจสุดปัง รั้งเบอร์ 6 ของโลก เรามักจะคุ้นชินกับการบอกเล่าเรื่องชุมชนคนยากจนในอินเดียที่ ชอบมาขอเศษตังค์นักท่องเที่ยวกัน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมันยังมอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจประเทศไม่ดี กลับตรงกันข้าม เพราะจริงๆแล้วจากรายงานของธนาคารโลกปี 2017 บอกว่า อินเดียได้ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของประเทศอินเดียเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.597 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ก็ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตในปีหน้า พูดง่ายๆ ก็คือรวยมาก และจะรวยขึ้นไปอีก!

    03.jpg

    3)เลือกตั้งโปร่งใส รัฐบาลไม่แทรกแซง ถือว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยระบบรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การปกครองของอินเดียมีรัฐธรรมนูญเป็นแม่บท มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และประมุขของฝ่ายบริหารตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจในการบริหารที่แท้จริงอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมาจากการเลือกตั้ง และดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อ 2557 ดูแลโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินเดีย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับนับถือว่า ดำเนินงานด้วยความเป็นกลาง และสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล และมีผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงถึงร้อยละ 66.4

    สำหรับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นายนเรนทร โมดี (Narendra Modi) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของอินเดีย ส่วนประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายราม นาถ โกวินท์ (Mr. Ram Nath Kovind) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ในฐานะประธานาธิบดีคนที่ 14 ของอินเดีย

    04.jpg

    4)ดินแดนแห่งศาสนา และภาษานับร้อย ศาสนาก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ชาวอินเดียยึดถือในการดำเนินชีวิต โดยประชากร ร้อยละ 81.3 นับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 12 นับถือศาสนามุสลิม ร้อยละ 2.3 นับถือศาสนาคริสต์ ร้อยละ 1.9 นับถือศาสนาซิกข์ และร้อยละ 2.5 นับถือศาสนาอื่นๆ อันได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาเชน และอีกกว่า 400 ศาสนา

    สำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวันนั้น ประชาชนส่วนใหญ่จะใช้ภาษาฮินดีเป็นหลัก ส่วนภาษาที่ใช้ในวงราชการ และธุรกิจคือภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นก็ยังมีภาษาท้องถิ่นอีกนับร้อยภาษา แต่ที่ใช้กันมากมี 14 ภาษา เช่น เบงกาลี เตลูกู มราฐี ทมิฬ และอูรดู เป็นต้น

    05.jpg

    5)ร้อนจนเหงื่อไหล หนาวจนไอออกปาก ด้วยความที่ประเทศอินเดียมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศตั้งแต่เหนือจรดใต้มีความแตกต่างกันมาก รวมถึงปัจจัยมรสุม โดยในวันเวลาเดียวกัน บางพื้นที่อาจร้อนสุดๆ จนทนไม่ไหว บางพื้นที่ก็หนาวจนไอออกปากกันเลยทีเดียว

    เมื่อ 2 ปีก่อน อุณหภูมิในโพลาดีตั้งอยู่กลางทะเลทรายในรัฐราชสถานทางตอนเหนือ สูงถึง 51 องซาเซลเซียส แต่ในบางส่วนพื้นที่หนาวๆ จะมีหิมะตก และอุณหภูมิยิงต่ำตั้งแต่เลขตัวเดียวไปจนติดลบหลักสิบเลย เพราะฉะนั้นใครจะไปเยือนอินเดีย ต้องเช็คสภาพอากาศแต่ละพื้นที่ให้ดีก่อนนะ!

    06.jpg

    6) 1 ใน 4 ของชาวอินเดียเป็นมังสวิรัติ จากการสำรวจในปี 2014 พบว่าชาวอินเดียที่กินมังสวิรัติมีประมาณ 25% ของทั้งประเทศ โดยเฉพาะรัฐทางฝั่งตะวันตกของประเทศจะมีเปอร์เซ็นต์ประชากรที่เป็นมังสวิรัติสูงถึง 60 – 75% อาจเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีผู้คนรับประทานมังสวิรัติมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว

    โดยการรับประทานมังสวิรัติมีความเกี่ยวพันกับความเชื่อทางศาสนา และสถานะทางชนชั้นเป็นสำคัญ ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นการรักษาความบริสุทธิ์ของร่างกายและจิตใจ ฉะนั้นผู้อยู่ในวรรณะสูงมักจะไม่ข้องเกี่ยวกับเลือด เนื้อ หรือสิ่งสกปรก แต่ก็ไม่ถึงกับกินเนื้อไม่ได้ เพราะในบางรัฐก็ยังมีการกินปลา กินแพะ ให้เห็นอยู่เช่นกัน

    07.jpg

    7) ระยะทางรถไฟต่อวัน ไป-กลับดวงจันทร์ได้ถึง 4 รอบ อินเดียมีเครือข่ายทางรถไฟใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งถือเป็นการคมนาคมหลักของประเทศ โดยปี 2016-17 ระบุว่า เส้นทางรถไฟมีความยาวถึง 67,368 กิโลเมตร ให้บริการรถไฟกว่า 11,000 ขบวนต่อวัน ครอบคลุมสถานี 7,349 แห่งทั่วประเทศ รวมระยะทางที่รถไฟวิ่งต่อวันประมาณ 3.23 ล้านกิโลเมตร หรือเทียบได้กับการเดินทางไป-กลับ ดวงจันทร์ถึง 4 รอบ

    ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2017-18 ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบบรถไฟอินเดียขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 8.26 พันล้านคน และบรรทุกสินค้าไปกว่า 1.16 พันล้านตัน และด้วยจำนวนงานอันมหาศาลนี้ทำให้การรถไฟอินเดียต้องมีพนักงานจ้างมากกว่า 1.3 ล้านคน เลยทีเดียว ถ้าได้ไปเที่ยวอินเดียแต่ไม่ได้ขึ้นรถไฟ ก็เหมือนไปไม่ถึง

    08.jpg

    8)ศูนย์รวมแห่งปัญญา มหาปราชญ์ และนักคิด อินเดียเป็นดินแดนที่พำนักของนักปราชญ์มากมาย ที่มีอิทธิพลทางความคิด และจิตวิญญาณเป็นอย่างมากต่อสังคมโลก โดยเฉพาะท่านโมหันทาส การามจันทร์ คานธี หรือที่เราคุ้นหูกันในนาม ‘มหาตมะ คานธี’ บุคคลธรรมดาที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องอิสรภาพให้กับแผ่นดินถิ่นเกิดด้วยสันติวิธี จนมีเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งท่านยังเป็นนักคิด นักเขียน ผู้ลุ่มลึก และคมคาย เป็นที่ยกย่องของคนไปทั่วโลก

    หรืออย่าง ‘รพินทรนาถ ฐากุร’ ท่านเป็นนักปรัชญา และกวีชาวอินเดียผู้มีบทบาทในการต่อต้านรัฐบาลอังกฤษ และร่วมเคลื่อนไหวประกาศเอกราชของอินเดีย ผลงานของท่านเรื่อง ‘คีตาญชลี’ เป็นที่รู้จัก และได้รับการยกย่องในระดับสากล โดยท่านได้รับรับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ในปี 1913 และถือเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย

    รวมไปถึงอีกหนึ่งปราชญ์ที่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือ ‘ดร.อัมเบ็ดการ์’ ท่านเป็นจัณฑาลคนแรกที่ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของอินเดีย หลังจากที่อินเดียได้รับเอกราช และเป็นผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียฉบับแรกที่ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยท่านมีความมุ่งมั่นที่จะปลดแอกปัญหาชนชั้นที่ฝังรากลึกมากว่าห้าพันปีในชมพูทวีปด้วยวิถีพุทธ ครั้งหนึ่งท่านได้นำชาวอินเดียห้าแสนคนประกาศตัวเป็นพุทธมามกะพร้อมกันที่เมืองนาคปุระ ซึ่งถือเป็นคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาในอินเดียอย่างสูง ความตั้งใจดีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ของท่านทำให้มีผู้คนยกย่องนับถือท่านเป็นจำนวนมาก และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘รัตนบุรุษแห่งชมพูทวีป’ อีกด้วย

    10.jpg

    9)เรียนต่ออินเดีย ไม่ต้องเพลียค่าเทอม เป็นที่ยอมรับกันในระดับนานาชาติ ว่าประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการศึกษาของโลก โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีจุดเด่นในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในการเรียนการสอน และสื่อสารเป็นอังกฤษทั้งหมด อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเพียง 1 ใน 4 เมื่อกับประเทศอเมริกา แคนาดา หรือออสเตรเลีย จึงนับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ โดยปัจจุบันอินเดียมีมหาวิทยาลัยรวมถึง 867 แห่งทั่วประเทศ

    แล้วในประเทศไทยเองก็มีหลักสูตร “อินเดียศึกษา” สำหรับหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรปริญญาตรีที่เปิดสอนโดยวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอินเดีย และมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียในการจัดการเรียนการสอน
     
    Last edited by a moderator: 11 ตุลาคม 2018
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. WeLove
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    10
  2. WeLove
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    30
  3. WeLove
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    16
  4. WeLove
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    70
  5. parnratsamee
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    685