เครื่องซักผ้าฝาหน้า VS ฝาบน เลือกไม่ยากถ้าอ่านนี่!

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  1 ธันวาคม 2022
เยี่ยมชม :  30    ถูกใจ :  1
พูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน “เครื่องซักผ้า” ต้องเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึงแน่นอน เพราะเสื้อผ้าคือสิ่งที่เราต้องสวมใส่กันอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน การมีติดบ้านไว้ใช้งานย่อมดีกว่าการต้องซักผ้าด้วยมือหรือต้องหอบเสื้อผ้ากองโตไปร้านซักอบแห้งแน่นอน และถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อแบบฝาหน้าหรือฝาบนดี วันนี้เรามีข้อดีและจุดเด่นของทั้ง 2 แบบพร้อมวิธีเลือกซื้อแบบมือโปรมาฝากกัน!

[​IMG]

เครื่องซักผ้าฝาบน ทำงานไว ใช้พื้นที่น้อยกว่า
เครื่องฝาบนถือเป็นเครื่องแบบแรก ๆ ที่ถูกใช้งาน มีทั้งแบบถังคู่ (กึ่งอัตโนมัติ) และถังเดี่ยว (อัตโนมัติ) ตัวถังเป็นแบบตั้งตรง ใส่ผ้าจากด้านบน ทำงานโดยการหมุนแบบสลับทิศทางเพื่อให้ผ้าตีกับแกนซัก มีข้อดีดังนี้
  • ใช้เวลาในการทำงานน้อย ประหยัดเวลา
  • ปั่นผ้าได้หมาดกว่าเครื่องแบบฝาหน้า
  • ประหยัดพื้นที่เพราะเปิดฝาเพื่อใส่ผ้าได้จากด้านบน
  • มีความจุให้เลือกเยอะ เหมาะกับบ้านที่ต้องซักผ้าจำนวนมาก
  • มีราคาถูกกว่า เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัด

เครื่องซักผ้าฝาหน้า ประหยัดน้ำ-ไฟ ผ้าไม่พันกันเป็นก้อน

เครื่องฝาหน้าใช้การหมุนของตัวถังแบบวงล้อแนวนอน ขนานไปกับพื้น เปิดฝาใส่ผ้าจากด้านหน้าเครื่อง นอกจากจะนิยมใช้ในบ้านแล้ว ยังนิยมใช้ในร้านซักผ้าด้วย โดยมีข้อดีดังนี้
  • ช่วยถนอมผ้าและไม่มีปัญหาผ้าพันเป็นก้อนหลังซักเสร็จ ผ้าจึงยับน้อยกว่าเครื่องฝาบน
  • เลือกซักได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น
  • เสียงรบกวนน้อยกว่า
  • ประหยัดน้ำและไฟกว่าเครื่องฝาบน

วิธีเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบมืออาชีพ

1. พิจารณาจากสมาชิกในบ้านและปริมาณผ้าที่ต้องการซักในแต่ละครั้งเพื่อเลือกความจุให้เหมาะสม โดยเครื่องส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันจะมีความจุดังนี้
  • ความจุขนาด 5-7 กิโลกรัม สามารถซักเสื้อผ้าได้ครั้งละ 25-30 ชิ้น
  • ความจุขนาด 7-9 กิโลกรัม สามารถซักเสื้อผ้าได้ครั้งละ 36-45 ชิ้น
  • ความจุขนาด 9-11 กิโลกรัม สามารถซักเสื้อผ้าได้ครั้งละ 46-65 ชิ้น
  • ความจุขนาด 11 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถซักเสื้อผ้าได้ครั้งละ 65 ชิ้นขึ้นไป
2. พิจารณาจากพื้นที่ในการจัดวางหรือติดตั้ง หากเป็นเครื่องแบบฝาหน้า อย่าลืมเว้นที่ให้เพียงพอต่อการเปิดฝา เพื่อความสะดวกในการใช้งานด้วย
3. พิจารณาจากวัสดุที่ใช้ผลิตเครื่อง ซึ่งแต่ละวัสดุก็มีข้อดีแตกต่างกันไป เช่น พลาสติกหรือโพลิเมอร์ มีน้ำหนักเบา มีหลายสีให้เลือก, เหล็กเคลือบกันสนิม ทนทาน แข็งแรง แต่น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก, โพลีน็อกซ์ มีคุณสมบัติเด่นอยู่ที่การเก็บเสียง ลดความสั่นสะเทือนขณะปั่นผ้า
4. มีคุณสมบัติการซักพื้นฐานที่ตอบโจทย์ โปรแกรมการซักครอบคลุมเนื้อผ้าหลายรูปแบบ ตั้งเวลาซักล่วงหน้าได้ ตัวเครื่องประกอบจากวัสดุคุณภาพดี มีความแข็งแรงทนทาน มีมาตรฐานป้องกันอุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้าและฝาเครื่องล็อกสนิท นอกเหนือจากนี้อาจมีฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น ฟีเจอร์ทำความสะอาดถังซัก, ระบบฆ่าเชื้อโรค หรือการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1