เตรียมตัวสักนิด ก่อนต่อ ต่อ พ.ร.บ.ออนไลน์ พร้อมบอกขั้นตอนการต่อ พ.ร.บ. ง่ายๆ ที่คุณต้องรู้!

แชร์หน้านี้

Nipapun Web Hunsa
  27 สิงหาคม 2020
เยี่ยมชม :  2,977    ถูกใจ :  10
car1.jpg

พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นคำที่หลายคนคุ้นเคยเพราะต้องใช้ประกอบในการยื่นต่อภาษีประจำปี โดยอ้างอิงถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ถูกกำหนดใช้ในปี พ.ศ. 2535 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นระยะเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา

โดยมีข้อกำหนดให้รถทุกชนิดที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งต้องทำประกันชนิดนี้หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเป็นประกันภัยภาคบังคับนั่นเอง เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและการจ่ายเงินชดเชยเป็นไปได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประกันภัยที่ครอบคลุมเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ


โดยปัจจุบันการทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น รวมถึงการ ต่อ

พ.ร.บ.รถยนต์ ออนไลน์ และการชำระภาษีประจำปี ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆ ด้าน ทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการค่าเดินทาง ไม่ต้องไปต่อคิวให้เสียเวลา รวมถึงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมจากการใช้กระดาษลดลงอีกด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะยังสับสนในขั้นตอนของการ ต่อ พ.ร.บ.ออนไลน์ วันนี้เราจึงมีวิธีการชำระภาษีและการ ต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ แบบง่ายๆ มาบอกกัน

การ ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ กับการชำระภาษีประจำปีเป็นของคู่กัน โดยสามารถ ต่อ พ.ร.บ.ออนไลน์ ได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่ง หรือซื้อกรมธรรม์ผ่านตัวแทนของบริษัทต่างๆ ภายนอก แล้วค่อยมาดำเนินการยื่นชำระภาษีประจำปีต่อไปก็ได้ สำหรับการ ต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ ด้วยตัวเองสามารถทำได้ดังนี้


car2.jpg

- เข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf#

- หากยังไม่เคยลงทะเบียน ให้เลือก “ลงทะเบียนสมาชิกใหม่” ที่อยู่ในช่องบริการ แล้วกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน หรือถ้าเคยลงทะเบียนแล้ว ให้ทำการเข้าสู่ระบบโดยใส่เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่านได้เลย

- จากนั้นเลือก “ชำระภาษีรถประจำปี” ตามด้วย “ชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเตอร์เนต”

- ต่อมาลงทะเบียนรถ โดยต้องใส่ข้อมูลที่ประกอบด้วย ประเภทรถ, จังหวัด/สาขา, เลขทะเบียนรถ และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์/ ผู้ครอบครอง เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยและบันทึกแล้ว จะมีรายการข้อมูลการลงทะเบียนรถของเราขึ้นมา

- จากนั้นกดเครื่องหมายสามเหลี่ยมในช่องยื่นชำระภาษี (สามารถชำระล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน)

- หน้าต่อมาจะมีรายละเอียดรถ ทั้งข้อมูลทั่วไปที่เรากรอกในหน้าลงทะเบียนรถ และมีข้อมูลเพิ่มเติม ประกอบด้วย ยี่ห้อรถ, สีรถ, วันหมดอายุของภาษีและวันหมดอายุของภาษีครั้งถัดไประบุไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูล พ.ร.บ. ที่ให้เราเลือกได้ว่าจะซื้อผ่านระบบ หรือซื้อผ่านตัวแทนภายนอก หาก ต่อ พร บ รถยนต์ ออนไลน์ มาแล้วก็เลือกช่อง “มีแล้ว” และถ้าต้องการซื้อในระบบก็เลือกช่อง “ไม่มี” โดยการ ต่อ พร บ ออนไลน์ ในระบบ จะมีกรมธรรม์ของ บริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด และ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ให้เลือก

- หากในช่องข้อมูล พ.ร.บ. เราเลือก “ไม่มี (ซื้อผ่านระบบ)” ก็จะมีกล่องข้อความขึ้นมาเพื่อยืนยันให้กดสั่งซื้อเพื่อ ต่อ พร บ ออนไลน์ ในขั้นถัดไป เพราะถ้าไม่มีข้อมูล พ.ร.บ. ก็ไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้

- เมื่อลงข้อมูลเพื่อซื้อ พ.ร.บ. เรียบร้อยแล้ว (โดยสามารถเลือกซื้อได้จากสองบริษัทที่กล่าวไปข้างต้น) ระบบก็จะคำนวณค่าใช้จ่าย ทั้งค่าภาษี, ค่า พ.ร.บ. และค่าจัดส่งเอกสาร จากนั้นให้กรอกสถานที่ส่งเอกสารต่อไป


- จากนั้นเลือกวิธีชำระเงิน โดยมีสามวิธีให้เลือกประกอบด้วย

o หักเงินผ่านบัญชีเงินฝาก (ต้องมีบัญชีเงินฝากและเป็นสมาชิกใช้บริการโอนเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ตกับธนาคาร/สถาบันการเงิน)

o จ่ายผ่านบัตรเครดิต/บัตรเดบิต (ใช้ได้เฉพาะ VISA และ Master Card)

o พิมพ์ใบแจ้งชำระเงิน แล้วจ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส, ตู้ ATM และ แอปพลิเคชันที่เข้าร่วมโครงการ


- ค่าธรรมเนียมของแต่ละวิธีการชำระเงินจะแตกต่างกัน โดยหากชำระผ่านเคาน์เตอร์บริการหรือหักบัญชีเงินฝาก จะมีค่าธรรมเนียมรายการละ 20 บาท และหากชำระด้วยบัตรเครดิต จะมีค่าธรรมเนียม 2% และ VAT 7% ของยอดค่าใช้จ่าย

- เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย ภายใน 5 วันทำการ เอกสารจะถูกส่งมาตามที่อยู่ที่ระบุไว้ ซึ่งประกอบด้วยใบเสร็จรับเงินพร้อมป้ายวงกลม รวมถึงกรมธรรม์สำหรับคนที่ซื้อ พ.ร.บ. ในระบบ นอกจากนี้สามารถตรวจสอบสถานการณ์ดำเนินการจัดส่ง โดยการเข้าสู่ระบบแล้วไปที่ “ตรวจสอบผลการชำระภาษี/เปลี่ยนช่องทางชำระเงิน” ได้ด้วย

- เมื่อได้เอกสารมาครบถ้วนก็สามารถนำใบคู่มือจดทะเบียน หรือเล่มทะเบียนรถ ไปบันทึกการชำระภาษีได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ


จะเห็นได้ว่าเพียงแค่มีข้อมูลเกี่ยวกับรถและผู้ครอบครองรถ การ ต่อ พร บ ออนไลน์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย ใครก็สามารถทำได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับรถบางประเภท เช่น รถยนต์และรถบรรทุกส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปี รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 5 ปี รถที่ค้างการจ่ายภาษีเกิน 1 ปี รถยนต์และรถบรรทุกส่วนบุคคลที่มีอายุ

ไม่เกิน 7 ปี แต่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กก. และรถที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น เพราะต้องมีการตรวจสภาพรถก่อนว่าพร้อมสำหรับการใช้งานหรือไม่ แล้วจึงไปจ่ายค่าภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่งต่อไป สำหรับใครที่เป็นผู้ครอบครองรถก็อย่าลืมดูรายละเอียดในเรื่องนี้และอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ เพราะถ้าวันใดที่มีการตรวจพบว่ารถของเราไม่มี พ.ร.บ. หรือ ไม่มีทั้ง พ.ร.บ. และขาดการจ่ายภาษีก็จะถูกปรับ ทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุซึ่งมากกว่าค่าต่อ พ.ร.บ.และภาษีแน่นอน นอกจากนี้หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะยิ่งเพิ่มความลำบากให้กับทั้งคู่กรณีและเจ้าของรถด้วย ...

car3.jpg

สำหรับใครที่กำลังคิดจะต่อ พ.ร.บ.ออนไลน์ สามารถเข้าใช้บริการผ่าน
Big C Insurance Service ได้แล้วที่ลิงค์
insurance.bigc.co.th/พรบ-รถยนต์/#/

เพราะตอนนี้ Big C จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่มาต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ ด้วยการแจก E-VOUCHER มูลค่า 100 บาท ทันที หมดเขต 30 ก.ย.63 นี้

.... ซื้อพ.ร.บ.ออนไลน์กับ Big C สะดวกซื้อ สะดวกลงทะเบียนแบบง่ายๆ แถมได้ E-VOUCHER ด้วย คลิกเลย


ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก Big C

Big-C-Insurance-Service_Big-C-Insurance-Service-horizontal-2-1.jpg

อ้างอิงข้อมูลโดยทีมงาน Big C Insurance Service ที่ได้เสียสละเวลาให้สัมภาษณ์และได้ให้ความรู้อันเป็นประโยชน์แก่บทความนี้
 
อ่านทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด: 28 สิงหาคม 2020

แชร์

#1

แชร์

#2