[[แจกฟรี]]แนวข้อสอบ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ พ.ศ. 2550

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  13 ธันวาคม 2018
เยี่ยมชม :  266    ถูกใจ :  0
[[แจกฟรี]]แนวข้อสอบ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ พ.ศ. 2550

ขอขอบคุณที่มาแนวข้อสอบ : https://www.แนวข้อสอบราชการไทย.com/webboard/viewtopic/562

1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550
ข. 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550
ค. 7 ธันวาคม พ.ศ. 2550
ง. 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550
ตอบ ค. 7 ธันวาคม พ.ศ. 2550

2.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก.วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข.หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน
ค.หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน
ง.หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน
ตอบ ก. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

3.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของ
ก.การส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก
ข.การสร้างสันติวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นภายใต้หลักการและแนวทางการมีส่วนร่วมสันติวิธีและความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์
ค.การดำเนินการใดๆที่นำไปสู่การป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งในด้านใดด้านหนึ่งที่สืบเนื่องจากกฎหมายและนโยบายสาธารณะ
ง.การส่งเสริมแนวทางในการป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งด้วยสันติวิธีในรูปแบบต่างๆ
ตอบ ค. การดำเนินการใดๆที่นำไปสู่การป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งในด้านใดด้านหนึ่งที่สืบเนื่องจากกฎหมายและนโยบายสาธารณะ
“การเสริมสร้างความสมานฉันท์” หมายความว่าการดำเนินการใดๆที่นำไปสู่การป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งในด้านต่างๆทั้งในระดับบุคคลและที่สืบเนื่องจากกฎหมายและนโยบายสาธารณะโดยรวมถึงการส่งเสริมแนวทางในการป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งด้วยสันติวิธีในรูปแบบต่างๆ การส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก และการสร้างสันติวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นภายใต้หลักการและแนวทางการมีส่วนร่วมสันติวิธีและความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์

4.ข้อใดถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับ “กระบวนการยุติธรรมทางเลือก”
ก.กระบวนการจัดการกับปัญหาข้อพิพาทโดยไม่อาศัยคนกลางมาช่วยเหลือ
ข.กระบวนการจัดการกับความขัดแย้งที่อาศัยบุคคลผู้เป็นกลางมาช่วยเหลือ
ค.กระบวนการจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งโดยอาศัยศาลเป็นกลางมาช่วยเหลือ
ง.กระบวนการจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งที่อาศัยบุคคลผู้เป็นกลางมาช่วยเหลือ กำกับหรืออำนวยกระบวนการเพื่อให้คู่พิพาทได้เจรจาตกลงในปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันแทนการฟ้องร้องต่อศาล
ตอบ ง. กระบวนการจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งที่อาศัยบุคคลผู้เป็นกลางมาช่วยเหลือ กำกับหรืออำนวยกระบวนการเพื่อให้คู่พิพาทได้เจรจาตกลงในปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันแทนการฟ้องร้องต่อศาล

5.“การสร้างสันติวัฒนธรรม” หมายความว่า
ก.ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด โดยเน้นความเอื้ออาทร
ข.ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด โดยเน้นความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
ค.ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด โดยเน้นความคิดเชิงบวก
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
“การสร้างสันติวัฒนธรรม” หมายความว่า แบบแผน ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด โดยเน้นความเอื้ออาทร ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ความคิดเชิงบวก การสานเสวนาหรือหันหน้ามาพูดคุยกัน และตระหนักถึงคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์

6.“ยุติธรรมชุมชน” หมายความว่า
ก.ยุทธวิธีส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้ง
ข.ปรัชญาในการอำนวยความยุติธรรมที่ต้องการให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ค.ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด
ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ก. ยุทธวิธีส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้ง
“ยุติธรรมชุมชน” หมายความว่า ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีส่งเสริมสนับสนุนหรือกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมหรือเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐในการป้องกันแก้ไขและจัดการกับปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้ง เยียวยาความเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบและมีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในชุมชน

7.“ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์” หมายความว่า
ก.ปรัชญาในการอำนวยความยุติธรรมที่ต้องการให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ข.ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด
ค.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐในการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบและมีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นธรรม.ให้เกิดขึ้นในชุมชน
ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค. ยุทธศาสตร์ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐในการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบและมีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในชุมชน

“ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์” หมายความว่าปรัชญาในการอำนวยความยุติธรรมที่ต้องการให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันโดยทำให้ผู้เสียหายมีโอกาสได้รับการเยียวยา และผู้กระทำผิดมีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดที่ตนเองได้กระทำอันมีเป้าหมายสุดท้ายไปสู่การสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

8.“คสส.” ย่อมาจากอะไร
ก.คณะกรรมการนโยบายเสริมสร้างความสมานฉันท์
ข.คณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
ค.คณะกรรมการเสริมสร้างความสัมพันธ์และสมานฉันท์แห่งชาติ
ง.คณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์
ตอบ ข. คณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ

9.ใครเป็นประธานในคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
ก.นายกรัฐมนตรี
ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ค.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง.ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ตอบ ก. นายกรัฐมนตรี

10.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระต้องปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ โดยต้องไม่เกินกี่วัน
ก. ไม่เกิน 30 วัน
ข. ไม่เกิน 60 วัน
ค. ไม่เกิน 90 วัน
ง. ไม่เกิน 120 วัน
ตอบ ข. ไม่เกิน 60 วัน
ในกรณีที่มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวัน
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1