" แสนสิริ "แสดงจุดยืนองค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก เปิดแคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา” ระดมทุนออนไลน์

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  28 สิงหาคม 2018
เยี่ยมชม :  137    ถูกใจ :  10
unnamed.jpg

ปัจจุบันมีเด็กไทยในช่วงอายุ 0-17 ปีกว่า 3 ล้านคนไม่มีโอกาสได้เติบโตและอยู่อาศัยกับพ่อและแม่ซึ่งอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการของเด็ก

ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงานของแสนสิริตามแนวคิด ‘Constructing Life, not just Buildings’ ที่ไม่ได้ต้องการเพียง “สร้างที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด” แต่ยังต้องการ “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” ให้กับสังคมเช่นกัน แสนสิริตระหนักดีว่ายังมีเด็กอีก หลายล้านชีวิตที่ได้รับผลกระทบและกำลังประสบปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การศึกษาความรุนแรง และความปลอดภัยในเด็ก ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่สอดคล้องกับการทำงานเพื่อสังคมของแสนสิริที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือเด็ก เพราะแสนสิริเชื่อว่าเด็กคือรากฐานของสังคมที่ดี และสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมหรือ Social Change ได้ในอนาคต ดังนั้น การได้มอบโอกาสให้เด็กได้มีพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเราทุกคน ด้วยเหตุนี้แสนสิริจึงให้การสนับสนุนร่วมเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการกับองค์การ ยูนิเซฟ มากว่า 7 ปีแล้ว

นายโกวิทย์ โปษยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ วันนี้แสนสิริมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเดินทางเพื่อช่วยเหลือเด็กร่วมกันอย่างยั่งยืน ด้วยการเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการกับองค์การยูนิเซฟมาตั้งแ่ต่ปี 2554 หรือกว่า 7 ปีแล้ว ด้วยเจตนารมณ์ขององค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก โดยร่วมกันการพัฒนาความเป็นอยู่พร้อมสร้างความตระหนักด้านสิทธิเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพการศึกษาการกีฬารวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดน ซึ่งนอกจากการมอบเงินบริจาคแก่องค์การยูนิเซฟเป็นประจำทุกปีปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐรวมแล้วกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเกือบ 250 ล้านบาทให้กองทุนฉุกเฉินขององค์การยูนิเซฟที่ผ่านมาเรายังได้ทำโครงการต่างๆร่วมกันมากกว่า 10 โครงการ

“ดังนั้นในวาระครบรอบ 7 ปีที่ทำงานร่วมกับองค์การยูนิเซฟแสนสิริจึงได้ริเริ่มแคมเปญ ‘บ้านแสนธรรมดา’ โดยเป็นการระดมทุนออนไลน์เพื่อมอบให้แก่องค์การยูนิเซฟประเทศไทย ได้นำไปช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กที่ขาดโอกาสให้ดียิ่งขึ้นและหวังว่าแคมเปญนี้จะสามารถจุดประกายให้ทุกคนได้รวมพลังในการบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนโดยเฉพาะในประเทศไทย ด้วยช่องทางการบริจาคแบบออนไลน์ที่ง่ายยิ่งขึ้น”

นายโกวิทย์ กล่าวเสริม แคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา”เป็นโครงการระดมทุนออนไลน์ที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของแสนสิริในการระดมทุนให้แก่ องค์การยูนิเชฟ ประเทศไทย อันเกิดจากจุดยืนด้านความรับผิดชอบทางสังคมของแสนสิริเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนในประเทศไทย ในปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่อาจดูเป็นสิ่งธรรมดา แต่สำหรับน้องๆ ที่ขาดโอกาสแล้วถือเป็นความพิเศษมีค่ามายมายโดยเงินบริจาคจากโครงการ “บ้านแสนธรรมดา” นั้น จะนำไปช่วยเด็กๆใน 4 เรื่องหลัก คือ
1. การศึกษาเพิ่มโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับเด็กทุกคน
2. ยุติความรุนแรงช่วยคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงในบ้านและจากสังคม ลดการถูกทอดทิ้งและแสวงหาผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ
3. ความปลอดภัยป้องกันและตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดเหตุวิกฤติและพร้อมให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที
4. สุขภาพที่ดีการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานจัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่างๆ ให้เด็กที่ยากไร้และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือการศึกษาการยุติความรุนแรง ความปลอดภัย และส่่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยในการเปลี่ยนชีวิตเด็กไทยหลายล้านคนให้ดีขึ้นได้

นางสิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวางแผนองค์กรและพัฒนาความยั่งยืน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพราะแสนสิริเชื่อว่ารากฐานที่ดีเริ่มต้นได้ที่บ้านและเด็กทุกคนควรได้รับปัจจัยพื้นฐานที่ดีไม่ว่าเชื้อชาติใดต้องได้รับการดูแล ให้มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยมีสุขภาพที่ดี และได้รับการศึกษา รวมถึงการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา เราจึงริเริ่มแคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา” เพื่อเป็นการระดมทุนออนไลน์ให้แก่ องค์การยูนิเซฟโดยเริ่มต้นเพียง 100 บาทเท่านั้น และเงินบริจาคเหล่านั้นจะนำไปสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการ และความปลอดภัยต่อเด็กซึ่งเราเชื่อมั่นว่าในการสร้างโอกาสให้เด็ก ทุกคนผ่านแคมเปญบ้านแสนธรรมดาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เด็กได้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคตและนอกเหนือจากเงินบริจาคที่ได้รับจากแคมเปญนี้แล้ว เรายังต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเด็กที่ขาดโอกาสที่มีอยู่ในสังคมไทย เพื่อให้เกิดเป็นพลังสังคมร่วมมือกันลงมือทำนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย”

พิตต้า ณ พัทลุง แบรนด์แอมบาสเดอร์ Sansiri Social Change .jpg

ทั้งนี้ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยพ.ศ. 2558-2559
ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติด้วยการสนับสนุนจากยูนิเซฟพบว่ามีเด็กอายุระหว่าง 0-17 ปีในประเทศไทยถึง 3 ล้านคน ที่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อและแม่เนื่องจากพ่อแม่ต้องย้ายถิ่นเพื่อหางานทำซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 21 ของประชากรเด็กทั้งหมดในจำนวนนี้เป็นเด็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึงร้อยละ 32 ยูนิเซฟพบว่าเด็กที่อยู่ห่างไกลจากพ่อแม่มักมีพัฒนาการโดยเฉพาะด้านภาษาล่าช้ากว่าเด็กที่อยู่กับพ่อแม่จากสถิติดังกล่าวแสนสิริและยูนิเซฟจึงเล็งเห็นตรงกันว่าการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเติบโตท่ามกลางความรักความเอาใจใส่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้ออำนวยต่อพัฒนาการทางร่างกายจิตใจและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยกล่าวว่า “ยูนิเซฟมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับแสนสิริในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการซึ่งมีเจตนารมณ์เดียวกันตลอด 7 ปีและจากนี้ต่อไปด้วยแนวคิด “Children are everyone’s business” หรือเรื่องของเด็กเป็นเรื่องของเราทุกคนแสนสิริถือเป็นตัวอย่างที่ดีของภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะแก่เด็กๆที่ขาดแคลนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติเพื่อช่วยให้เด็กๆได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพของสังคมและสำหรับแคมเปญบ้านแสนธรรมดายูนิเซฟต้องขอขอบคุณแสนสิริที่ยังคงมุ่งมั่นในการร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของเด็กทุกคนในประเทศไทยและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญนี้จะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมต่อไป”

นอกจากนั้น แสนสิริยังร่วมกับยูนิเซฟในแคมเปญมากมายจนได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก ในด้านการปกป้องสิทธิเด็กและเป็นองค์กรภาคเอกชนรายแรกของประเทศไทยที่ลงนามเป็นพันธมิตรกับยูนิเซฟ โดยเริ่มต้นการทำงานร่วมกันจากแคมเปญ Iodine Please จนประสบความสำเร็จและได้รับการบันทึกและออกเป็นกฎหมายครั้งแรกในประเทศไทย
ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ องค์กรเอกชนและบุคคลในสังคมมากมาย โดยตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แสนสิริได้รับเกียรติเข้าร่วมในเวทีระดับโลกกว่า 8 ครั้งได้รับการตอบรับจากผู้แทนสหประชาชาติ หลายๆ หน่วยงาน รวมถึงได้รับรางวัลด้าน CSR จากทั้งระดับประเทศระดับภูมิภาคเอเชีย และระดับโลก รวมถึงล่าสุดปี 2559 บนเวที Global Child forum แสนสิริได้ถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างที่ดีเมื่อครั้งเปิดเวที จาก 289 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากแนวคิด “Children are everyone’s business” แสนสิริได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบใหม่ที่เรียกว่า “Social Change” ครอบคลุม 4 ขอบเขตสำคัญ ได้แก่ Good Place การเริ่มต้นจากภายในองค์กร Good Space การขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้า Good Community การต่อยอดความช่วยเหลือสู่สังคม ในวงกว้าง Good Global Citizen การส่งต่อความช่วยเหลือไปยังเด็กทั่วโลก หรือประชาคม

กวิตา จินดาวัฒน์แสนสิริ โซเชียล เชนจ์ แอมบาสเดอร์.jpg

ทั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นในการวางพื้นฐานการพัฒนาช่วยเหลือให้เด็กๆ ที่ขาดแคลนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพอย่างยั่งยืน
ทุกท่านมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาสได้โดยคลิกไปที่ www.sansiri.com/BaanSanThammada

#Sansiriforunicef #BaanSanThammada #Sansirisocialchange
#Sansiribestyearever
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1
กำลังโหลด...
Similar Threads
  1. Nipapun
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    1,978
  2. hunsa.team1
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    61
  3. พลอย
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    43,605
  4. rainpkwd
    ตอบกลับ:
    0
    เยี่ยมชม:
    41,526