“ดูแลชีวิตเล็กๆ ในตู้อบ” แนวทางเพิ่มโอกาสรอดชีวิตทารกแรกเกิด โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  20 ตุลาคม 2017
เยี่ยมชม :  847    ถูกใจ :  6
4.jpg

นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ผู้หญิงหนึ่งคนยอมละทิ้งทุกอย่าง เพื่อดูแลทะนุถนอมให้ชีวิตน้อยๆ ให้ค่อยๆ สร้างพัฒนาการจนเติบใหญ่ในครรภ์ตลอด ๔๐ สัปดาห์ เพื่อให้ลูกน้อยได้ลืมตาดูโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ครบ ๓๒ ประการ

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวว่า “จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในภูมิภาคอาเซียน สาเหตุการตายของเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี ร้อยละ ๗๒ มาจากการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมักมีภาวะพิการแต่กำเนิดร่วมด้วย โดยประเทศไทยในแต่ละปีมีทารกเกิดใหม่ปีละ ๗๐๐,๐๐๐ คน เป็นทารกเกิดก่อนกำหนดประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน และยังพบภาวะพิการแต่กำเนิดถึง ๓% อาทิ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาวะแขนขาพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม และภาวะน้ำคั่งในสมองแต่กำเนิด เป็นต้น นับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิต ซึ่งทารกกลุ่มนี้ต้องเข้ารับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดภายในควบคุมอุณหภูมิร่างกายทารกเรียกสั้นๆ ว่า “ตู้อบ” ปัจจุบัน สถาบันฯ มีตู้อบเพียง ๖๕ ตู้ ซึ่งใช้งานมาเกิน ๑๒ ปีกว่าๆ ถึง ๒๕ ตู้ โดยใช้ตู้อบจำนวน ๔๕ ตู้ในใช้ดูแลทารกที่ไม่มีการเจ็บป่วยรุกรามมากนัก และตู้อบอีก ๑๐ ตู้ ในการดูแลทารกภาวะวิกฤตที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย เพราะทารกกลุ่มนี้มักมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ ภาวะปอดไม่สมบูรณ์ ทำให้หยุดหายใจ ภาวะโรคปอดเรื้อรัง ปัญหาลำไส้ การติดเชื้อในกระแสเลือด การมองเห็น การได้ยิน รวมทั้งพัฒนาการโดยรวมและน้ำหนักตัวที่น้อยของทารก เป็นต้น ซึ่งบางรายอาจต้องดำเนินการผ่าตัดหรือช่วยชีวิตทารกอย่างเร่งด่วน”

3.jpg
การควบคุมอุณหภูมิกายของทารกเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ทารกที่บอบบางต้องได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิร่างกายที่ไม่คงที่ ตู้อบจะช่วยควบคุมอุณหภูมิทารกให้คงที่ โดยที่แพทย์จำเป็นต้องสังเกตอาการของทารกที่นอนในตู้อบ โดยไม่ใส่เสื้อ ตลอดจนการให้อาหารทางสายในทารกตัวน้อยที่ยังดูดกลืนไม่เป็น แพทย์ก็ต้องสังเกตการรับนมทางหน้าท้อง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งทารกมีความพร้อม สามารถหายใจได้เอง ไม่หอบ น้ำหนักตัวดีขึ้น สามารถดูดกลืนเองได้ดี ออกจากตู้อบและอุณหภูมิตามปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน รวมทั้งให้แม่ได้ฝึกเลี้ยงทารกจนมั่นใจว่าสามารถดูแลที่บ้าน ติดตาม และนัดตรวจสุขภาพร่างกาย ทุก ๑-๒ สัปดาห์ เพื่อติดตามและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

“ปัจจุบัน น้องอันนา หรือเด็กหญิงอลินนา ศรีประเสริฐ วัย ๑ ขวบ ๕ เดือน ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนดด้วยภาวะครรภ์เป็นพิษ เมื่ออายุครรภ์เพียง ๖ เดือน น้ำหนักแรกคลอด ๕๐๐ กรัม และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องอยู่ในตู้อบที่อาจมีค่าใช้จ่ายกว่า ๑ ล้านบาทต่อเดือน แต่ด้วยการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลเด็กแห่งเดียวในประเทศ ทำให้ปาฏิหาริย์ที่พ่อแม่เฝ้ารอเป็นจริง คุณพ่อวริษฏ์ ศรีประเสริฐและคุณแม่ปิยะพร มลชัยกุล” กล่าว

1.jpg
2.jpg
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1