“นอนกรน” ภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพขณะหลับ แก้ได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ใช้เครื่องมือช่วยหายใจ เลเซอร์ !!

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแลระบบ
  20 สิงหาคม 2018
เยี่ยมชม :  234    ถูกใจ :  1
98.jpg

ใครจะรู้ว่าเสียงดังครอกๆขณะหลับ ไม่ใช่เป็นแค่ “ภัยเสียง” ที่คอยรบกวนผู้ที่นอนข้างๆอยู่ทุกค่ำคืน หากแต่ยังเป็น “ภัยร้าย” ที่ทำลายสุขภาพของผู้ที่มีอาการนอนกรน ที่ในระยะยาวอาจนำมาซึ่งโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไปจนถึงอัมพฤกษ์ อัมพาต ถ้าไม่รู้จักแก้ไขซะตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีทางแก้ไขหลากหลายวิธี ที่สำคัญ ไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว และ ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการพักฟื้นอีกด้วย

พญ.วรางคณา ไชยวงศ์ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ประจำรมย์รวินท์ คลินิก ให้ความรู้เรื่อง สาเหตุของการ “นอนกรน” ว่า เกิดจาก กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ได้แก่ บริเวณกล้ามเนื้อของลิ้นและโคนลิ้น เพดานอ่อน ผนังคอหอยหรือลิ้นไก่ เกิดหย่อนยานลงมากขึ้นจนไปขวางกั้นทางเดินผ่านของอากาศ ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ทำให้เกิดเสียงดังผิดปกติขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ หรือ ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ยิ่งกว่านั้นสมองจะได้ออกซิเจนไม่เพียงพอในขณะหลับ ทำให้รู้สึกเพลียและไม่สดชื่นเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทํางานลดลง ความจําไม่ดี หงุดหงิดง่าย ง่วงหลับใน และหากทิ้งไว้ในระยะยาวโดยไม่รักษาอาจนำไปสู่โรค ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคซึมเศร้า ฯลฯ

99.jpg

สำหรับวิธีรักษา “อาการนอนกรน” ในปัจจุบันนั้น พญ.วรางคณา ย้ำว่า มีหลายวิธี โดยสามารถเริ่มต้นง่ายด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ได้แก่ การปรับสุขอนามัยการนอน เช่น นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง เข้านอนและตื่นนอนอย่างตรงเวลาสม่ำเสมอ การงดเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนนอน การหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ และยาที่มีฤทธิ์กดประสาท หรือคลายกล้ามเนื้อ งดเว้นการดื่มชา กาแฟ และหยุดสูบบุหรี่ในช่วงบ่าย ที่สำคัญในรายที่อ้วน หรือ น้ำหนักเกิน ต้องลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือ ถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย แต่ในรายที่เป็นไม่รุนแรง สามารถเลือกใช้ เครื่องมือในช่องปาก (oral appliances) เป็นการใส่เครื่องมือลักษณะคล้ายฟันยางหรือเครื่องดัดฟัน เพื่อป้องกันลิ้นตกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ปัจจุบันมีหลายชนิด มีข้อดีข้อเสียหรือข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ควรปรึกษาแพทย์ด้านนี้ก่อนใช้

ส่วนในรายที่มีอาการกรนรุนแรงมากขึ้น จนเกิดภาวะหยุดหายในขณะนอนหลับ ปัจจุบันมีการใช้ เครื่องช่วยหายใจ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure Therapy) หรือ “ซีแพ็บ” (CPAP) โดยมีหลักการคือ เครื่องจะเป่าลมผ่านทางช่องจมูก และหรือทางปาก เพื่อให้มีความดันลมแรงพอที่จะเปิดช่องคอซึ่งเป็นทางเดินหายใจส่วนต้นได้ตลอดเวลาขณะนอนหลับ เครื่อง CPAP มีหลายแบบ ได้แก่ 1) แบบอัตโนมัติ (Auto CPAP, APAP) 2) แบบธรรมดา (Manual CPAP) และ 3) แบบความดันลม 2 ระดับ (BiPAP) ซึ่งการรักษานอนกรนด้วยวิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่ได้ผลดีและมีความปลอดภัยสูงหากใช้เครื่องอย่างถูกต้องและต่อเนื่องตลอดทุกคืน แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และมีข้อดี ข้อเสีย หรือข้อจำกัดแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทดลองใช้ และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ไม่อยากรักษาด้วยการผ่าตัด หรือ ไม่สะดวกในการติดตั้งเครื่องมือระหว่างนอน ล่าสุด สามารถรักษาอาการนอนกรนด้วยเลเซอร์ “Snore Lase” (สนอร์ เลเซอร์) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบและพัฒนาให้สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น เพื่อเข้าหดกระชับกล้ามเนื้อบริเวณนั้น อย่างปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวภายในช่องปาก ลดการปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยให้อาการกรนลดลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ การนอนหลับกลับสู่ภาวะปกติ หลับได้ลึก รู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอนในวันรุ่งขึ้น ในระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ ในปากและลำคอ อาจมีอาการคอแห้งได้บ้าง สามารถจิบน้ำระหว่างทำการรักษาได้ โดยใช้เวลาในการทำประมาณ 45 นาทีต่อครั้ง ผู้ที่เข้ารับการรักษาต้องทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกัน 2 และ 4 สัปดาห์ตามลำดับ กรณีทำมากกว่า 3 ครั้ง ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์

“จุดเด่นของ Snore Lase ที่แตกต่างจากการรักษาทั่วไป คือ ใช้สำหรับรักษาผู้ที่มีปัญหานอนกรน ที่เกิดจากทางเดินหายใจส่วนต้นหย่อน เช่น บริเวณลิ้นไก่ หรือเพดานอ่อน ผู้ที่ใช้ CPAP ไม่ได้ ผู้ที่ใช้ที่ครอบฟัน หรือ ที่ยึดลิ้นไม่ได้ และที่สำคัญ คือ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ และ ไม่ต้องพักฟื้น เพียงหลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารร้อน หรือ เย็นจัด และเลี่ยงอาหารรสเผ็ดหลังทำ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเห็นผลอาการกรน ลดลงถึง 80%”

ที่มา รมย์รวินท์ คลินิก
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1