“ละมุม เบบี้” ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ จากแม่สู่ลูก ตั้งเป้าเจาะตลาดต่างประเทศ หวังโกย 200 ล้าน

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. iamkungten9

    iamkungten9 ผู้ดูแลระบบ

    เข้าร่วม:
    1 มิถุนายน 2018
    ข้อความ:
    179
    ถูกใจ:
    0
    4.jpg

    ปัจจุบันคุณแม่มือใหม่หลายๆคนให้ความสำคัญสุขภาพลูกน้อยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วยวัยแรกเกิดนั้น ผิวของลูกยังมีความอ่อนโยนและบอบบางอยู่มากสามารถระคายเคือง หรือเป็นผดผื่นได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าคุณแม่มือใหม่ที่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้สูงมาก คงไม่พ้นแบรนด์ “ละมุน เบบี้”

    คุณเนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ละมุนเบบี้ จำกัด กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์ “ละมุน เบบี้” ว่า “จุดเริ่มต้นของแบรนด์มีแรงบันดาลใจจากการที่ลูกชายของหญิงมีอาการแพ้และระคายเคืองจากการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทั่วไปในท้องตลาด จึงพาลูกชายไปปรึกษาแพทย์ เบื้องต้นให้ยาปฏิชีวนะที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์ ทำให้อาการแพ้ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหายขาดได้ จึงเริ่มศึกษาและหาผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีดังกล่าว แต่กลับไม่พบการขายในท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์ออร์แกนิคสำหรับเด็กภายใต้ชื่อ “ละมุน เบบี้” ขึ้นมา

    ในปีที่ผ่านมา ตลาดรวมมีการเติบโต 3-5% ขณะที่ละมุน เบบี้ ซึ่งมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายมีการเติบโต 30% โดยเน้นการใช้สื่อออนไลน์ในการทำการตลาด ทำให้บริษัทมีแผนรุกตลาดในประเทศมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ความรักและความสดใสตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณแม่ยุคใหม่ที่ประกอบด้วย ผ้าคลุมสำหรับให้นมบุตร และ กระเป๋าเก็บอุณหภูมิ ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย โดยมีลวดลายให้เลือก 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่ ลายเฟิ่ง หวง (Feng Haung) และ ลายฟีลีน (Feline) ทั้งหมดนี้ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผลิตอย่างปราณีต และนำเสนอออกมาภายใต้ Mom Amour Collection สุดพิเศษจำนวนจำกัด เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

    ขณะแผนการตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันได้ส่งออกไปยัง สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และลาว ส่วนในอนาคตคาดว่าจะมีการขยายตลาดไปยังประเทศจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย เบื้องต้น อยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์ ซึ่งการขยายเข้าไปในกลุ่มประเทศดังกล่าวเนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงและมีจำนวนประชากรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในจีนและอินโดนีเซีย โดยคาดว่าภายใน 3 ปี จะกวาดรายได้ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 20 ล้านบาท และต่างประเทศ 50 ล้านบาท"

    ภาพประกอบจาก IG : @yingmiki
    หรรษาดอทคอม รายงาน
     
    แก้ไขล่าสุด: 12 กันยายน 2018