“ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกว่า 180 ปี!!

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  15 กันยายน 2017
เยี่ยมชม :  2,442    ถูกใจ :  6
thumbnail_9.jpg

ถ้าหากใครเคยมีโอกาสล่องเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาและชมความสวยงามของ 2 ฝั่งแม่น้ำ ก็ต้องเคยสังเกตเห็นพื้นที่อันเก่าแก่ของตระกูล “หวั่งหลี” ที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ในชื่อ ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” สถานที่ที่เป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์อันรุ่งเรือง ในช่วงยุครุ่งเรืองของการค้าระหว่างไทย-จีน นับแต่นั้นมา เมื่อกาลเวลาผ่านไป การค้าทางเรือถูกเข้ามาแทนที่ด้วยการคมนาคมอื่นๆ ที่ทันสมัยขึ้น ท่าเรือแห่งนี้จึงถูกลดบทบาทลง กระทั่งวันเวลาเดินทางมาถึงวันนี้ “ตระกูลหวั่งหลี” ในฐานะเจ้าของต้องการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ปลุกชีวิตให้มรดกของบรรพบุรุษที่หลับใหลให้ตื่นคืนชีวิตชีวาอีกครั้ง ในชื่อ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

thumbnail_1.jpg

ผู้ก่อตั้งโครงการ “คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี” กล่าวว่า “ด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และหัวใจอนุรักษ์ ของลูกหลานตระกูล หวั่งหลี นำมาสู่โครงการ “ล้ง 1919” ที่เป็นมากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกของครอบครัว อีกทั้ง คือการดำรงรักษามรดกในด้านของศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ศิลป์อันเป็นมรดกของชาติ และมรดกของโลกสืบไป เราจึงอยากเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะเชิญชวนให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ ชมเรื่องราวประวัติศาสตร์อันแน่นแฟ้น ผ่านศิลปะและวัฒนธรรมของชาวจีน ตั้งแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 4 โครงการนี้เป็นการบูรณะไม่ใช่การสร้างขึ้นใหม่ แต่เราเพียงเติมเต็มสิ่งที่มีอยู่ให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก และยังคงรักษาโบราณสถานเอาไว้ให้คงสภาพงดงามตามเดิมให้ได้มากที่สุด ด้วยการบูรณะและใช้วัสดุโบราณเข้ามาช่วย เราตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) กลายเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยจีน ที่นอกจากจะเป็นความภูมิใจของตระกูลหวั่งหลีเองแล้ว ยังรวมถึงลูกหลานชาวไทยจีนทุกคนด้วย”

thumbnail_6.jpg

thumbnail_4 .jpg

thumbnail_3.jpg


thumbnail_12.jpg

“หากกล่าวย้อนกลับไปถึงยุคทองของการค้าไทย-จีน ต้องมองย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะหลังจากมีการทำ
สนธิสัญญาเบาว์ริง ซึ่งมีสาระสำคัญในการเปิดฉากการค้าเสรีกับต่างประเทศในสยามประเทศ ตั้งแต่นั้นมา พ่อค้าต่างประเทศก็เข้ามาติดต่อค้าขายในประเทศไทยอย่างอิสระ เมื่อมีการเปิดเมืองท่า พระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ที่เริ่มลงทุนสร้าง เรือกลไฟ ซึ่งคือเรือโดยสารหรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นต้น เป็นเชื้อเพลิงมีขนาดใหญ่กว่าเรือไฟ นิยมใช้แล่นในท้องทะเลหรือมหาสมุทร และได้สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้น เป็นท่าเรือชื่อ “ฮวย จุ่ง ล้ง” หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ”

นอกจากนั้น คุณค่าสำคัญที่สุดอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนจีนที่นี่ ก็คือ “ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว” (คลองสาน) (MAZU) ที่ประดิษฐานอยู่คู่ ฮวย จุ่ง ล้ง มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนปัจจุบัน โดยเป็น เจ้าแม่หม่าโจ้วโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ทำจากไม้ ประกอบไปด้วย 3 ปางได้แก่
1. ปางเด็กสาว ให้พรด้านการขอบุตร ขอลูกหลาน
2. ปางที่สองคือปางผู้ใหญ่ ให้พรในด้านการค้าขายเงินทองร่ำรวย
3. ปางที่สามคือปางผู้สูงอายุ ซึ่งเชื่อว่าท่านประทับอยู่บนสวรรค์ และมีเมตตาจิตสูง

และทั้ง 3 ปางนี้เป็นองค์ที่ชาวจีนนำขึ้นเรือเดินทางมาจากประเทศจีนมาไทย จึงอัญเชิญประดิษฐานที่ศาลแห่งนี้ อายุเก่าแก่กว่า 180 ปี เวลาคนจีนเดินทางทางทะเลจากจีนมาถึงไทย ก็จะมากราบสักการะท่าน เพื่อเป็นการขอบคุณ และคุ้มครองชาวจีน ให้ปลอดภัยอีกด้วย เจ้าแม่หม่าโจ้วจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนจีนในแผ่นดินไทย คนจีนที่ทำการค้าในไทยจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็ล้วนก่อร่างสร้างตัวมาจากที่นี่

thumbnail_28.jpg
thumbnail_17.jpg
ถ้าพูดถึงคุณค่าในฐานะสถานที่ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยจีนแล้ว ยังเปี่ยมด้วยคุณค่า เชิงสถาปัตยกรรมที่งดงามมีความเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงตัวตนของชาวจีนในแผ่นดินไทยนี้ อย่างเด่นชัดมากๆทีเดียว และ อีกเสน่ห์ที่พลาดไม่ได้เลย คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้สีที่ฉาบทับไว้ ซ้ำไปมาหลายต่อหลายชั้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเขียนสีด้วยพู่กันลงบนผนังปูน จึงทำให้ภาพจิตรกรรมเหล่านั้นยังคงผนึกไว้และไม่ถูกลบหายไปจากกาลเวลา และ ลักษณะการออกแบบและขนาดของแต่ละห้องที่แตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นว่าเป็นแหล่งศูนย์ช่างสุดยอดฝีมือของชาวจีนในอดีตอีกด้วย

เหตุผลที่ได้กล่าวไปทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ “ฮวย จุ่ง ล้ง” มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ไว้ เพราะนอกจากเป็นการรักษาไว้ซึ่งสมบัติของบรรพบุรุษ และสืบต่อให้ลูกหลานสืบไปแล้ว ยังเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็เป็นสมบัติของคนไทยด้วย ตระกูลหวั่งหลี ผู้เป็นเจ้าของถือครองตระหนักถึงคุณค่านี้ จึงอยากจะรักษามรดกแห่งประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ไว้ให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน และปรับเปลี่ยนโฉมในรูปแบบใหม่ในชื่อ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่อเนกประสงค์ สำหรับการจัดกิจกรรม นิทรรศการ งานเลี้ยงสังสรรค์ ร้านอาหาร - คาเฟ่ ร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะและงานฝีมือของเหล่าศิลปินรุ่นใหม่ สถานที่พักผ่อน และพิพิธภัณฑ์ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยจีนในอดีตบนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

thumbnail_15.jpg

thumbnail_19.jpg

สำหรับโครงการ “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บน ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ LHONG 1919 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 091-1871919
 
อ่านทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด: 15 กันยายน 2017

แชร์

#1