“เมืองอนุราธปุระ” มนต์ขลังเมืองหลวงแห่งแรกของศรีลังกา

แชร์หน้านี้

สมาชิก
  6 กรกฎาคม 2016
เยี่ยมชม :  3,577    ถูกใจ :  3
01.jpg
ทราบหรือไม่ว่าพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์ที่ไทยรับเข้ามาในสมัยสุโขทัย มีต้นกำเนิดมาจาก "เมืองอนุราธปุระ" เมืองหลวงแห่งแรกของประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมากว่า 1,300 ปี ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 3 ถึงพุทธศตวรรษที่ 16 ต่อมาในปี ค.ศ. 1982 ได้รับการยกให้เป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ภายในเมืองแห่งนี้มีวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนามากกว่า 20 วัด ซึ่งวันนี้จะพาไปสักการะวัดสำคัญอันดับต้นๆ ของเมืองค่ะ

02.jpg
เริ่มต้นที่ “วัดสุรุมุณิยะ” สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3 พระมหินท์อรหันต์ พระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช เคยมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ ภายในวัดมีสิ่งสำคัญทางพระพุทธศาสนามากมายทั้ง “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” เชื่อกันว่าพระนางเถรีสังฆมิตตา พระราชธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงผนวชเป็นภิกษุณี นำหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย มาปลูกที่เมืองอนุราชปุระ เมื่อปี พ.ศ. 235 มีอายุกว่า 2500 ปี จึงถือเป็นต้นโพธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ขนาดของต้นแคระแกรนต้องใช้ไม้ค้ำยันกิ่งก้านสาขา พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสจะเก็บใบของพระศรีมหาโพธิ์กลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

03.jpg
วัดสุรุมุณิยะแห่งนี้เป็นหนึ่งในสามแห่งของโลกที่มี “โลหะปราสาท” ที่แรกอยู่ที่ประเทศอินเดีย และที่สุดท้ายอยู่ที่วัดราชนัดดา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแห่งเดียวที่ยังคงสมบูรณ์อยู่ เพราะอีกสองแห่งได้พังทลายลงหมดแล้ว โดยโลหะปราสาทที่เมืองอนุราธปุระ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ต่อมาพระเจ้าทุฏฐคามณี ได้สร้างเพิ่มถวายเป็นพุทธบุชาสำหรับพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา เป็นปราสาทรูปสี่เหลี่ยมสูง 9 ชั้น แต่ละชั้นมี 100 ห้อง หลังคามุงด้วยกระเบื้องโลหะทองแดงผสม โลหะปราสาทแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้เสียหายหมด จึงได้ถูกสร้างขึ้นใหม่และบูรณะอีกหลายครั้ง ปัจจุบันหลงเหลือเพียงชั้นฐานของอาคาร เสาหินกว่า 1,600 ต้น แบ่งออกเป็น 40 แถว แถวละ 40 ต้น ให้เห็น

04.jpg

ทางด้านหน้าวัดสุรุมุณิยะ เป็นที่ตั้งของเจดีย์สีขาวทรงกลมฟองน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองอนุราธปุระ มีชื่อเรียกหลายชื่อทั้ง “เจดีย์รุวันเวลิ เจดีย์สุวรรณมาลิก หรือ มหาถูปา” สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะที่มีความประสงค์สร้างพุทธสถานอีกแห่งหนึ่ง แต่ยังสร้างไม่เสร็จพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน จึงได้รับสร้างต่อโดยพระเจ้าทุฎฐาคามีนีอภัย โดยเจดีย์สร้างเสร็จในวันที่พระองค์เสด็จสวรรคต สำหรับเจดีย์แห่งนี้ถือเป็นต้นแบบของการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม นอกจากนี้ด้านนอกขององค์เจดีย์สีขาวยังมีช้างปูนปั้น 362 เชือก ประดับอยู่รอบกำแพง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของเจดีย์วัดช้างล้อม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

05.jpg

ถัดจากวัดสุรุมุณิยะ ก็ไปต่อกันที่ “เจดีย์ถูปาราม” เจดีย์ทางพุทธศาสนาองค์แรกของประเทศศรีลังกา สร้างโดยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ในราว พ.ศ. 300 เพื่อประดิษฐานกระดูกพระรากขวัญ(ไหปลาร้า)เบื้องขวาของพระพุทธเจ้า และมีพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มทั้งสี่ทิศ ให้พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล เจดีย์แห่งนี้ได้รับการบูรณะหลายครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2405 มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปที่ “วัดอภัยคีรี” สร้างโดยพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย เคยเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศศรีลังกา เป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์กว่า 5,000 รูป ด้านหน้าวัดมีสระน้ำขนาดใหญ่ อายุกว่า 1,300 ปี เคยเป็นที่สรงน้ำของพระสงฆ์ในอดีต ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ อายุกว่า 1,600 ปี

09.jpg

ปิดท้ายกันที่ “วัดเชตวัน” ที่ตั้งของเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างในสมัยพระเจ้ามหาเสนะ ตัวเจดีย์สร้างด้วยอิฐแดง สูง 122 เมตร นอกจากนี้รอบบริเวณวัดยังหลงเหลือซากอาคารโบราณให้เห็นทั้งอาคารที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมา กุฏิพระ ที่สรงน้ำพระ ศาลาโรงธรรม อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น

หากมีโอกาสไปเยือนประเทศศรีลังกา อย่าลืมแวะไปชมมรดกโลกที่เมืองอนุราธปุระ พร้อมสักการะวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตนะคะ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก travel.thaiza.com, taraarryatravel.com, www.thaifly.com
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1

แชร์

#2