8 เคล็ดไม่ลับ...พิชิตมะเร็งด้วยแรงพลังใจ

แท็ก:

แชร์หน้านี้

  1. Konkamol1324

    Konkamol1324 ผู้ดูแลระบบ

    เข้าร่วม:
    14 พฤษภาคม 2018
    ข้อความ:
    440
    ถูกใจ:
    1
    women-friends-1577910_1280.jpg

    ไม่ว่าใครก็ตาม เมื่อทราบว่าป่วยด้วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยมักมีความกังวลใจ หดหู่ หรือ อาจเกิด ภาวะซึมเศร้า ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2560 ชี้ว่า สถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทยปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วย มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 130,000 ราย และมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตมากกว่า 60,000 ราย แนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยมะเร็ง จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ถึงประมาณ 3.5% ต่อปี

    ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM กลุ่มผู้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง และปัญหาสุขภาพจากโรคต่างๆ กล่าววิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นหากมีคนใกล้ชิดป่วย หรือสร้างกำลังใจอย่างไรเมื่อเราเป็นผู้ป่วยเอง เพราะกำลังใจเป็นสิ่งแรกที่สำคัญในการร่วมเผชิญปัญหา และช่วยลดความวิตกกังวลทั้งตัวผู้ป่วย และญาติของผู้ป่วย


    1. ยอมรับแล้วก้าวต่อไป
    ผู้ป่วย – มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ความทุกข์ท้อใจ กังวล เหนื่อยล้า มารุมเร้า เป็นธรรมดาในที่สุดคุณจำเป็นต้องยอมรับให้ได้ ยิ่งยอมรับเร็วเท่าไหร่ ก็จะจัดการปัญหาอย่างไรได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น

    เพื่อนหรือญาติ - คุณจำเป็นต้องเข้มแข็ง ยอมรับ และเข้าใจสถานการณ์ก่อน จึงจะไปสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยยอมรับได้อย่างมีพลัง สารพัดคำปลอบโยนจากคนที่เข้าใจใกล้ชิด คือยาบบรรเทาขนานแรกที่จะใช้ได้ในยามนี้

    2. ลดความกังวล-เติมกำลังใจ
    ผู้ป่วย
    - กล้า พูดคุยกับครอบครัว เพื่อนฝูง คนใกล้ชิด เพื่อระบายความกังวลใจ และหาทางออกร่วมกันหลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวแน่นอน

    เพื่อนหรือญาติ - ให้ผู้ป่วยได้ระบายความทุกข์ หลีกเลี่ยงการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติด้านร่างกาย รูปลักษณ์ และเรื่องแง่ลบของโรคมะเร็ง แล้วเติมความสุข ให้กำลังใจ เพื่อผู้ป่วยจะก้าวผ่านความทุกข์ท้อ กังวลใจ ไปได้

    connected-1327191_1280.jpg
    3. เข้าถึงรายละเอียดในการจัดการ
    ผู้ป่วย
    - ต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมหาทางรักษา จนตัวเองเข้าใจและพอใจ รวมถึงการปฏิบัติตนที่ถูกต้องระหว่างการรับการรักษา เพื่อลดความผิดพลาด หรือทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง

    เพื่อนหรือญาติ - หลังพบ ความเสี่ยงและได้ข้อสรุป ญาติต้องร่วมคิด ตัดสินใจ ตลอดจนการปฏิบัติตัวและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ลดโอกาสติดเชื้อต่างๆ ซึ่งเป็นอีกอุปสรรคสำคัญในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง

    4. ศึกษาเพิ่มเติมเสริมการรักษา
    ผู้ป่วย
    - ควรรู้จักธรรมชาติของโรค เพื่อที่จะเข้าใจและตั้งรับถึงการเปลี่ยนแปลงในแต่ละอาการ ซึ่งจะช่วยลดความวิตกกังวลได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงพัฒนาสภาพจิตใจ คิดแต่สิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข และมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

    เพื่อนหรือญาติ – ศึกษาหาข้อมูลในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างดีต่อเนื่อง

    5. ออกกำลังกายและมีกิจกรรมไม่ขาด
    ผู้ป่วย
    – ออกกำลังกายไม่หักโหม ช่วยให้ร่างกายสดชื่น นอนหลับสนิท กระตุ้นการอยากอาหาร การไหลเวียนเลือด และลดโอกาสท้องผูก หากไม่ไหวขอให้พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ ไม่นอนติดเตียงหรือนั่งติดเก้าอี้

    เพื่อนหรือญาติ – กิจกรรมที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ทรุด คือ พาเขาออกกำลังกาย ขยับตัวสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินสั้นๆ ในสวน การหยิบจับสิ่งของด้วยตัวเอง การทำงานบ้านอย่างง่ายๆ นอกจากนั้นกิจกรรมนั่งเมาท์เป็นเพื่อนคุย งานศิลปะและดนตรีอย่างง่ายๆ ที่ทำร่วมกันได้ ไม่ลืมใส่ความสนุกจัดหนักลงไปด้วย เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสได้มาก

    adventure-2548133_1280.jpg

    6. ลาขาดจากสิ่งบั่นทอนสุขภาพ
    ผู้ป่วย
    งดหรือเลิก สูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดเพราะจะติดเชื้อได้ง่าย รวมถึง ดูแลรักษา และควบคุมโรคอื่นๆ ควบคู่ร่วมไปกับการรักษาโรคมะเร็ง ไม่ให้โรคต่างๆ หรืออาการแทรกซ้อนขยายผลซ้ำเติมความป่วยไข้ที่มีอยู่

    เพื่อนหรือญาติ – คอยผลักดันให้ผู้ป่วย ลด ละ เลิก ให้กำลังใจ และคอยควบคุมพฤติกรรมของผู้ป่วยอย่างถนอมน้ำใจ ให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจเพื่อประสิทธิผลที่ดีในการรักษา

    7. ปรับพฤติกรรมการกิน เติมความสดชื่น
    ผู้ป่วย
    – เมื่อกินอาหารได้น้อย ให้พยายามกินในจำนวนมื้อที่บ่อยขึ้น และต้องงดอาหารหวาน เพราะทำให้มะเร็งขยายตัวเร็ว และงดอาหารเค็ม เพราะมีผลต่อการทำงานของไต หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารทอด ผัด หรือมีกลิ่นรุนแรง เพราะมักกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และควรงดอาหารที่จะกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้ เช่น น้ำตาล หรือเนื้อแดง

    เพื่อนหรือญาติ – ปรับเปลี่ยนสถานที่กินอาหารของผู้ป่วย ลดความจำเจ เปลี่ยนไปนั่งกินข้าวริมระเบียง หรือส่วนอื่นๆ ของบ้านที่บรรยากาศดี อากาศถ่ายเท มีแสงแดด หรือต้นไม้ดอกไม้

    8. ตั้งเป้าหมายตบรางวัลให้ชีวิต
    ทั้งผู้ป่วย และ คนใกล้ชิดเอง ต้องมีหัวใจเดียวกันว่า การมีชีวิตอยู่ต่อนั้นมีความหมายมาก ทั้งต่อตัวเรา คนรอบข้าง ยังมีสิ่งที่เราชอบ กิจกรรมที่เราอยากทำ สถานที่ที่ยังไม่ได้ไป หรืออะไรที่เรารัก ตั้งธงเป็นกำลังใจเลยว่า เราจะตายไม่ได้ เราจะหายดี แล้วเราจะได้ทำ จะได้ลอง จะได้ไปคว้าเอารางวัลที่เรารอคอย

    อาจารย์พิเชษฐ์ (5).jpg

    “ นวัตกรรมที่คณะนักวิจัยร่วมกันพัฒนาที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นในการดูแลผุ้ป่วยมะเร็งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้เพิ่มขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับโรค แต่ใจของผู้ป่วยเองก็ต้องมีกำลังใจ ในการต่อสู้กับความกังวล ทุกข์ ท้อใจไปพร้อมๆ กันด้วย อย่าลืมกินอาหารให้ครบหมู่ และเพิ่มอาหาร พืช ผัก และผลไม้ที่ไม่มีรสหวาน เน้นสุขอนามัยในการกินอยู่และใช้ชีวิต รวมทั้งออกกำลังกาย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบำบัด ฟื้นฟูตามแต่ละกรณีของผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา กล่าวปิดท้าย