ADA เอเจนซี่ในเครือเอเชียต้า เผยบทบาทของดาต้า ในปี 2020 เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศ

แชร์หน้านี้

ผู้ดูแล
  25 พฤศจิกายน 2019
เยี่ยมชม :  1,042    ถูกใจ :  6
Suppakit Limboonsong_ADA Thailand Country Director 1.jpg

ทุกวันนี้เราผ่านช่วงของการพูดว่าดาต้า นั้นมีความสำคัญมากแค่ไหนกันมาแล้ว นักการตลาดทุกคนรู้ดีว่า ดาต้า หรือ ข้อมูล เป็นสิ่งจำเป็นในการวางแผนการตลาดตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น หลายๆ ธุรกิจเริ่มปรับตัวมาใช้ดาต้ากันแล้วตั้งแต่ร้านค้าปลีก จนถึงบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ โดยในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ดาต้าจะยิ่งทวีความสำคัญ และซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่างๆอย่าง AI, IoT และ Machine learning รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือด และความกระหายในการใช้ดาต้าของธุรกิจ จะทำให้จำนวนของข้อมูลที่มีอยู่ในระบบนั้น มีมากกว่า 44 zettabytes (หรือ 44,000,000,000,000,000,000,000 bytes) และการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีความลึกซึ้ง รวดเร็วเกินขีดความสามารถของสมองมนุษย์ในการประมวลผล ผลพลอยได้ก็คือ ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนจากการวิเคราะห์ของระบบสมองกล ความต้องการต่างๆ จะถูกตอบสนองอย่างรวดเร็วแบบทันทีและในท้ายที่สุด ผู้บริโภคจะไม่ให้ความสนใจกับแบรนด์ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ และเข้าถึงพวกเขาได้อีกต่อไป

นายศุภกิตติ์ ลิ้มบุญทรง ผู้อำนวยการบริหาร เอดีเอ ประเทศไทย บริษัทโฆษณาดิจิทัลครบวงจร ผู้เชี่ยวชาญด้านดาต้าในเครือเอเชียต้า กรุ๊ป จากประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 นี้ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการทำการตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างมาก และเป็นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวรับมือได้แก่

1.การจัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบอัตโนมัติ นั่นคือ ในปี 2020 การจัดเก็บ และวิเคราะห์ data จะใช้การดำเนินการโดยมนุษย์น้อยลง แต่จะถูกบริหารจัดการด้วย AI หรือ ระบบอัตโนมัติมากขึ้น รวมไปถึงการวิเคราะห์ insight ต่างๆของผู้บริโภคด้วยเช่นเดียวกัน เพราะการดึงข้อมูลบางอย่างมีความยากเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ อีกทั้งระบบอัตโนมัติยังสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่ามาก อีกทั้งเป็นการประหยัดต้นทุนในการจ้างนักวิเคราะห์อีกด้วย

2.IoT ทั่วโลกจะมีการผลิต Data ออกมาจำนวนมหาศาล มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือ IoT มากกว่า 2 หมื่นล้านเครื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นแหล่งผลิต data อย่างดี ดังนั้น ในปีหน้าเราจะเห็นการเชื่อมโยง และการดึงข้อมูลจาก IoT ทั้งหลายเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ครอบคลุมมากขึ้น เป็นการพัฒนาประสิทธิภาพ, ความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล และการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์มากขึ้น

3.ดาต้ามีมูลค่า ปัจจุบันดาต้าเป็นสิ่งที่มีค่า สามารถขายเพื่อทำกำไรได้ โดยในอนาคตเชื่อว่า บริษัทใหญ่ๆ กว่า 90% จะมีการสร้างกำไรจากข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมไว้ในรูปแบบของ Data as a Service (DaaS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูง และเข้าถึงได้กับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ทำให้การบริการนี้จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้การแชร์ข้อมูลหรือการให้บริการด้านข้อมูลนั้นมีมากขึ้นในรูปแบบของ real-time และทำให้แต่ละองค์กรสามารถนำข้อมูลที่ได้นี้มาทำให้งานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4.เทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัว เทคโนโลยีนี้กำลังมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 นี้ผู้สูงอายุจะเริ่มปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี โดยประมาณ 5% ของคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมี Personal Healthcare Robot เป็นของตนเอง ซึ่งจะยังมีการเจริญเติบโตของตลาดนี้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

5.Smart City คือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย และชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการ และการบริหารจัดการเมือง กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยในระยะเวลาอันสั้นนี้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาคือการเก็บข้อมูลที่ต้องมีประสิทธิภาพรวมถึงการจัดการข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลนี้ให้กับประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการพัฒนาเมืองให้ดียิ่งขึ้นนี้จะสามารถช่วยในด้านของความปลอดภัย จนไปถึงในด้านของสาธารณสุข โดยในปี 2020 นั้นมีการคาดการณ์ว่าจะมีการนำหุ่นยนต์ไปช่วยในด้านการแพทย์มากยิ่งขึ้น

6.ความปลอดภัยด้านข้อมูล การรั่วไหลของข้อมูลจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม หากไม่ได้รับการป้องกัน และบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจำเป็นจะต้องสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่รัดกุมในอนาคต อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตจะต้องมีความรอบคอบมากขึ้นด้วย เวลาเข้าใช้เวบไซต์ หรือบริการต่างๆบนอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกันกับ องค์กรต่างๆ ที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และระมัดระวังในเรื่องของการใช้ ซอฟแวร์หรือต้องมีงบสำหรับป้องกันข้อมูลองค์กรไม่ให้รั่วไหลด้วย

7.การเก็บข้อมูลในรูปแบบเสียง คาดการณ์ว่าในปี 2020 จะมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบเสียงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราห์จะมีข้อมูลที่หลากหลายเพื่อการวิเคราะห์ที่เจาะลึกเพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่า การค้นหาด้วยเสียง หรือ Voice Search Optimisation (VSO) จะมีสัดส่วนมากขึ้นถึง 50% และการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียง หรือ voice-commerce จะมีมูลค่าการตลาดกว่า 4 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เลยทีเดียว

นายศุภกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้า นั่นก็คือ ดาต้ายังคงมีความสำคัญ และจะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย เพราะการนำดาต้ามาใช้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับการตลาดได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตามการใช้ดาต้าต้องอาศัยการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เพื่อจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#1
ผู้เยี่ยมชม
  28 พฤศจิกายน 2019
เยี่ยมชม :  1,042    ถูกใจ :  0
ขอบคุณข้อมูลดีๆคะ >> slotxo
 
อ่านทั้งหมด

แชร์

#2